บทกวี : เตือนตน : เปลวเพลิง

บทกวี : เตือนตน : เปลวเพลิง

 

ดึกดื่นดาวดารดาษเวหาสแพร้ว

ดังโดมแก้วคลุมครอบรอบสถล

หวังเอยหวังเห็นดาวพราวอำพน

แต่ม่านหม่นเมืองปิดทุกทิศทาง

 

ดึกดื่นจันทร์เคลื่อนขวางที่กลางฟ้า

แสงยวนตาโลมไล้ไสวสว่าง

อยากเอยอยากยลเพ็ญเด่นสะอาง

แต่ไกลห่างเกินเนตรสังเกตมอง

 

ระงมหรีดหริ่งร้องทั่วท้องทุ่ง

กลางเมืองกรุงกลับเงียบงันขวัญสยอง

แผกเครื่องจักรเครื่องยนต์ก่นลำพอง

แผดเสียงก้องวันคืนนับยืนนาน

 

หนาวเอยหนาวน้ำค้างกลางกรุงแก้ว

ลมพัดแผ่วไล้อาบผิวหยาบกร้าน

บนบ่ามีแอกทับทุกข์กับงาน

แต่รสหวานแห่งเงินตรากล่อมอารมณ์

 

ไกลเอยไกลจากบ้านนานยิ่งนัก

ห่างอ้อมตักอ้อมกอดพลอดผสม

ที่พ่อแม่อาทรเป็นพรพรหม

มือลูบผมอวยชัยให้ชีวา

 

ค่ำคืนนี้ครุ่นคำนึงคิดถึงบ้าน

เหนื่อยกับการทำงานหนักเป็นนักหนา

อดทนลุกขึ้นผงาดปาดน้ำตา

เตือนตนว่าสู้เข้าไว้อย่าได้กลัว.

 

..............................................

เปลวเพลิง

 

Link ที่เกี่ยวข้อง   

               “บางกอกไลฟ์นิวส์” เปิดรับ “เรื่องสั้น” และ “บทกวี” 

               วรรณกรรมออนไลน์