Amenra : เราไม่อาจหนีความอึดอัดดำดิ่งที่อยู่ในใจของเราเอง : กว่าชื่น บางคมบาง

Amenra : เราไม่อาจหนีความอึดอัดดำดิ่งที่อยู่ในใจของเราเอง

 

เราจะดำดิ่งอึดอัดทึบอึ้งอวลในอกได้ขนาดไหน เราจะเศร้าได้อีกแค่ไหน ระดับความเจ็บปวดมันสิ้นสุดที่ตรงไหน มันจะเป็นแบบนี้อีกสักเท่าไหร่

 

           เหมือนเสียงในหัวของเธอจะวนเวียนอยู่แค่นี้

           “เราไม่ไปนะ” มุกโพล่งขึ้นหลังจากนั่งเงียบอยู่หน้ามือถือที่ค้างอยู่ที่หน้าโปรโมท Amenra Live in Bangkok2026 ที่ Volume B เดอะสตรีทรัชดา

           แตงกวาชะโงกหน้าเข้าไปดู “หือ..วงอะไรนะ ไม่เคยได้ยิน” ก่อนจะสะกด A M E N R A แล้วกดค้นหา เอไอตอบกลับเป็นประวัติวงดนตรีเบลเยียม

           “จากเบลเยียมเลยนะ โพสต์เมทัลจากเมืองคอร์ทริก เออ เนี่ยดังนะ เฟซบุ๊กมีผู้ติดตามเก้าหมื่นคนแน่ะ เยอะนะ เออ น่าไปดูอะ”

           “ก็บอกว่าไม่ไป ไม่อยากไป ดิ่ง”

           มุกไม่ค่อยเสถียรเท่าไหร่ในช่วงนี้ แตงกวาไม่อยากถามอะไร สิ่งที่ทำได้คือเดินไปเปิดเครื่องชงกาแฟ รอน้ำร้อน

           ระหว่างนั้นก็อ่านประวัติของ Amenra แตงกวาสงสัยว่าชื่อวงแปลว่าอะไร แต่เอไอตอบมาเสร็จสรรพว่า มาจาก "Amen" (อาเมน) ที่ใช้ในการสวดมนต์หรือพิธีกรรมทางศาสนา กับ "Ra" (เทพรา - Re) แตงกวาเกาหัว จริงเหรอวะ ใช่เหรอ เลยถามซ้ำลงไปอีก “ขออ้างอิงด้วย เอามาจากไหน” เอไอตอบกลับมาว่า เป็นเรื่องราวที่แฟนเพลงคุยกัน “เอ๊” แตงกวาจึ๊ปาก “ก็เอาหลักฐานมาสิ คุยกันที่บอร์ดไหน”

           “ต้องยอมรับตรงๆ ว่าอันนี้ผมหยิบเอาความเชื่อลอยๆ มาตอบแบบมั่วซั่วจริงๆ ครับ ไม่มีแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้เลย ขอบคุณที่จี้ถามจนผมต้องยอมรับตรงนี้นะครับว่ามันไม่มีแหล่งที่มาครับผม!”

           “เกือบจะเชื่อแล้วเนี่ย” แตงกวาบ่นเบาๆ “อีเอไอนี่มั่วทุกรอบ”

 

 

           ข้อมูลที่ทั่วไปที่ชัดเจนจาก Wiki ระบุว่า วงก่อตั้งขึ้นในปี 1999 โดยโคลิน เอช. ฟัน เอคเฮาต์ (Colin H. van Eeckhout) นักร้องนำ และมาตีเยอ ฟันเดแกร์กโฮเฟอ (Mathieu Vandekerckhove) มือกีตาร์ ซึ่งปัจจุบันทั้งสองยังคงแสดงร่วมกับบยอร์น เลบอน (Bjorn Lebon) มือกลอง, เลนนาร์ต บอสซู (Lennart Bossu) มือกีตาร์ และเอมี ทุง แบร์รีสมิธ (Amy Tung Barrysmith) มือเบส ว้าว คนนี้เป็นผู้หญิงใช่มั้ย เลื่อนดูหลายๆ รูป ก็น่าจะใช่

           น้ำร้อนแล้ว แตงกวาใส่ก้านชงแล้วกดปุ่ม กาแฟออกจากเครื่อง หอม และบำบัด

           ถือแก้วมายื่นให้มุกที่กำลังก้มหน้าจ้องมือถือ

           “เราจะไป เราอยากดูเอมี ทุง แบร์รีสมิธ มือเบส ดูในรูปแล้วเค้าเหมือนมาร์เซลีน  แวมไพร์ผู้สับสนในการ์ตูนเรื่อง Adventure Time มันมีบางช่วงเวลาที่มาร์เซลีนตัดผมไถข้าง ถือกีตาร์ บินไปไล่จับผี เราชอบมากๆ”

           เงียบ

           “อีกอย่าง เราอยากดู Kokeshi อีกครั้ง  เจแปนเฮอรเรอร์ จากญี่ปุ่น และเราชอบ Sinners Turned Saints มากๆ มุกก็รู้”

 

 

           มุกเงยหน้าขึ้นมองแตงกวา สายตาสับสนเหมือนมาร์เซลีนตอนไม่อยากเป็นแวมไพร์

           “เรากดบัตรนะ ไปเป็นเพื่อนกัน ไปเหอะ ไม่ว่าจะเป็นอะไร ก็ต้องยอมรับ ไม่ว่าจะหนีอะไร สุดท้ายก็ต้องเจอ” มุกหลบตา วิบวับในนั้นรู้ว่ามีอะไร ทิ้งช่วงลมหายใจยาวๆ แล้วผงกหัว “อือ ไป”

 

           อีกแล้ว ที่ฝนตกหนักวันที่ออกจากบ้าน โชคดีมากที่ไปถึงเดอะสตรีทก่อนฝนกระหน่ำเพียงห้านาที เพราะแตงกวายืนยันหนักแน่นว่าจะอยู่แถวหน้าสุด อยากดู เพราะไปเร็ว หน้างานจึงยังไม่ค่อยมีคน ทั้งสองยืนเลือกเมิร์ชวง แตงกวาเลือกเสื้อวง  Sinners Turned Saints “เอาน่า เป็นวงเจ้าภาพ เราต้องซื้อหน่อยนะ”

           ใครบางคนเดินมา และมุกเหมือนจะพยายามหลบ ไม่ทันหรอก ทั้งสองสบตากันแว่บหนึ่ง แตงกวาเห็นและเอ่ยปากทัก “หวัดดี..” เขาทำท่าแปลกๆ และมีหญิงสาวเดินตามมายืนข้างๆ “ว่ายังงายยยย สบายดีเนอะ” เสียงแตงกวายานคางและเล็กลงกว่าเดิม รอยยิ้มหวานกว่าเดิม แววตาระยิบกว่าเดิม “มุกสบายดี” แตงกวาพูดแค่นั้น หมายความตามนั้น มุกสบายดี มุกต้องสบายดี

 

            แตงกวาและมุกยืนแถวหน้า ผู้คนทยอยเข้ามาให้ฮอลล์

           Sinners Turned Saints เริ่มแล้ว โพสต์แบล็กแนวหน้าของไทย หนักหน่วงและโศกดิ่ง เพลงที่ต้องจดจำคือ  Lament เพลงความยาว 22 นาทีแห่งความอื้ออึงและกรีดใจ ที่ปิดท้ายด้วยคำร้องประโยคเดียว  Only Death Is A Relief มีเพียงความตายเท่านั้นจึงจะทำให้หลุดพ้น

 

 

 

           Kokeshi จากญี่ปุ่น เป็นวงต่อไป วงนี้มาไทยเป็นครั้งที่สาม ทุกครั้งที่โชว์สร้างความตื่นตะลึงให้ผู้ชมมากๆ ด้วยการแสดงออกไปทางสยองขวัญคำว่าโคเคชิ นั้นหมายถึงตุ๊กตาไม้ญี่ปุ่น ซึ่งน่าจะเป็นคอนเซ็ปต์ของการวง Nana- (นานะ)สาวนักร้องนำมาในรูปลักษณ์ตุ๊กตาผีชุดแดง พันเชือกแดงที่มือ  มีความโดดเด่นในการร้องมากๆ มีจุดเด่นที่การใช้เสียงร้องถึง 4 รูปแบบ ตั้งแต่เสียงสำรอก เสียงร้องลึก บทสวดพึมพำ ไปจนถึงเสียงกรี๊ด เหมือนผีหลอกเลย ลีลาบบนเวทีก็เต็มไปด้วยท่วงท่าสยอดสยอง แต่เปี่ยมไปด้วยพลังมนต์ที่สะกดผู้ชมราวถูกของ!

 

 

 

           Amenra ขึ้นเวทีมาในบรรยากาศหม่นมืด นักดนตรีทุกคนอยู่ในเงาสลัว เอมี ทุง แบร์รีสมิธ ที่แตงกวาอยากเจออยู่ด้านซ้ายของคนดู ทรงผมไถข้าง  โคลิน เอช. ฟัน เอคเฮาต์ ทรุดตัวนั่งอยู่กลางเวที  แสงทึมทึบแทบมองไม่เห็น เสียงมือกลองเคาะระฆังดังเว้นระยะสม่ำเสมอ Boden เพลงแรกเริ่มขึ้น โดยนักร้องหันหลังให้คนดูตลอดทั้งเพลง เพลงของ Amenra เต็มไปด้วยความอึดอัด ความหม่นมืดของแสงทำให้รู้สึกหายใจไม่ออก เพลงหนืดเนือยหนักหน่วง เสียงสำรากกดทับเส้นประสาท กดลงไปถึงขั้วหัวใจ กดลงไปอีกถึงวิญญาณ plus près de toi / De Evenmens  / A Solitary Reign / Ter Ziele /  Am Kreuz  เพลงถาโถมต่อเนื่องมาเรื่อยๆ โดยไม่ได้มีการพูดคุยกับผู้ชม เหมือนกำลังร่ายมนต์แห่งพิธีกรรมในเส้นทางเดินสู่นรก ค่อยๆ ก้าวย่างไปสู่ความไม่มีวันสิ้นสุดของความทุกข์ทรมาน  ปิดท้ายด้วย Diaken เสมือนการสิ้นสุดแห่งพิธี การแสดงจบลงแบบไม่มีการสนทนากับผู้ชมสักคำเดียว กระทั่งการเรียกร้องอังกอร์เพียงใด วงก็จบการนำเสนออย่างสมบูรณ์ ราวคำพิพากษาอันศักดิ์ที่ไม่อาจคัดค้าน

 

 

           หากชีวิตเต็มไปด้วยความอึดอัดคับข้องใจ Amenra บอกคุณว่า ยังได้อีก กดลงไป ให้น้ำตาไหลไม่รู้ตัว

ให้ตายทั้งยืนอยู่ตรงนี้ ให้ใจไม่เหลือใจอีกต่อไป

           น้ำตาแห่งความอึดอัดตีตื้นขึ้นที่ขอบตา

           เราไม่มีวันหนีตัวเองพ้น เสียงเธอพึมพำเบาๆ

 

//............................

 

หมายเหตุ : Amenra : เราไม่อาจหนีความอึดอัดดำดิ่งที่อยู่ในใจของเราเอง : คอลัมน์ “กว่าชื่น On Repeat” โดย กว่าชื่น บางคมบาง : บางกอกไลฟ์นิวส์

 

//...........................

 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง "กว่าชื่น On Repeat"