ส่องมอชพิท ใน Vom Records Open House : กว่าชื่น บางคมบาง

ส่องมอชพิท ใน Vom Records Open House

           ยุคสมัยเปลี่ยนไป คนทำเพลงสามารถทำอัลบั้มเพลงด้วยตัวคนเดียวในห้องนอน ปล่อยเพลงออกสู่สายตาชาวโลกด้วยแพลตฟอร์มมากมาย สร้างเพลงดังเพลงฮิตได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นโอกาสที่ทำให้เพลง “อันเดอร์กราวด์” เข้าถึงผู้ฟัง สร้างฐานแฟนเพลงจนหลายคนโด่งดัง

          อาจจะต่างจากการทำเพลงในห้องนอน เมื่อ Vom Records โดย โอ๊ค Big Ass (พงศ์พันธ์ พลสิทธิ์) และ สมเมย์ Labanoon (ณัฐนนท์ ศรีศรานนท์) มุ่งมั่นปลุกปั้นแนวเพลงเมทัล ที่มักได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นเพลงสายอันเดอร์กราวด์ การทำค่ายเพลงแนวที่มีคนฟังไม่มาก ปั้นวงใหม่ ๆ สร้างฐานแฟนเพลง ปั่นกระแสให้ได้รับความสนใจ และสร้างฐานแฟนเพลงใหม่ ๆ ให้เปิดใจรับแนวเพลงหนักหู ขณะเดียวกันก็ผสานแนวเพลงให้หลากหลายและมีความน่าสนใจดึงดูดกลุ่มผู้ฟังใหม่ ๆ

          และนี่คือ 7 ปี ที่ Vom Records ทำได้!

 

 

          เพิ่งจบคอนเสิร์ต DO IT OR DIE 20 Years Live

          ฉลองครบรอบ 20 ปี Vom Records เมื่อ 7 มิถุนายน 2026 ที่ Mr.FOX LIVE HOUSE ทาวน์อินทาวน์

          บรรยากาศในไลฟ์เฮ้าส์ก็เดือดแบบหนึ่ง แต่แบบกลางแจ้งก็เดือดไปอีกแบบ เลยมาย้อนเล่าความเดือดกันหน่อย ว่าคอนเสิร์ตกลางแจ้งมันได้ปล่อยของกันยังไง

          Vom RecordsOpen House ประกาศก้าวต่อไป ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ที่ดาดฟ้าลานจอดรถอาคาร C ของแฟชั่นไอซ์แลนด์ เปิดบ้านครั้งนี้ทำให้ได้เห็นแฟนเพลงรุ่นใหม่ พลังวัยรุ่น ความดีดเดือดเด็ดไม่พัก มอชพิทในหลากหลาย ที่เยี่ยมไปกว่าสิ่งอื่นใดคือ งานนี้ “ปลอดแอลกอฮอล์” พิสูจน์ให้เห็นว่า วัยรุ่น วัยกลาง วัยรุ่นใหญ่ มางานนี้ เพราะ “ดนตรี” ล้วน ๆ พลังมอชที่เห็นนั้น คือพลังของร่ายกายและความรัก ไม่ใช่ความเมามาย!!

          อะไรคือ วัฒนธรรมการมอช หรือเรียกให้ชัดคือ มอชพิท (Mosh Pit) ซึ่งคือการใช้ร่างกายชนกัน ในช่วงดูคอนเสิร์ตเป็นการปลดปล่อยอารมณ์และพลังของคนดู มีที่มาจากดนตรีสายเมทัลและพังก์

          ทำไมต้องเล่าเรื่องมอช เพราะนี่คือวัฒนธรรมเมทัลเฮด ชาวร็อค และปัจจุบันอาจได้เห็นในคอนเสิร์ตไอดอลด้วย นี่เป็นการบ่งบอกว่า ความ “ใต้ดิน” ถูกยกระดับขึ้นมาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ และใน Vom Records  Open House ทำให้เห็นได้ชัดเจนมากๆ

          ก่อนจะถึงเวลาเปิดเวทีพายุถล่มกรุงเทพฯ และเวทีดาดฟ้ารับผลไปเต็ม ๆ พิธีกรเวทีแอบเล่าว่า โดนพายุพัด โดนน้ำ โดนไฟดูด แต่หลังพายุสงบ แดดกลับจัดสาดแสงแทบไหม้ เป็นบ่ายสามโมงที่แดดเดือดแผดเผามาก ๆ ทว่าไม่อาจหยุดพลังวัยรุ่น

 

 

          วงแรก M2N กรันจ์ดูโอที่สุดยอดเปิดเวทีแบบไม่กลัวไหม้ มอชกันตั้งแต่วงแรกเลย เริ่มกันเบา ๆ จากการแท็ค (Tackle) คือชนเบา ๆ กันไปมาในกลุ่มคนดูที่หลบแดดบ่ายสาม จากนั้นบางคนก็เครื่องติด ลงไปฉายเดี่ยว เตะขา (2 Step) คือการเต้นเป็นจังหวะ เหวี่ยงเตะขาไปมาสนุก ๆ ยังไม่โหด

          จากนั้น Rat’s Eye View มาในแบบแร็ปฮาร์ดร็อค เป็นวงที่มีเนื้อเพลงตีแผ่สังคม แน่นอนว่าข้างล่างก็เริ่มจะออกท่าทางหนักขึ้น สาว ๆ หนุ่ม ๆ โยกหัวไม่กลัวแดด

 

 

          กระทั่ง Saint After Six เมทัลคอร์ที่มีนักร้องคือ เมฆ จิรกิตติ์ ถาวรวงศ์ นักแสดง เป็นนักร้องนำ เพลงผสมท่อนหวานกับการว้ากที่ดุเดือด แล้วผู้ชมก็ยกระดับการมอชแท็คแรงขึ้น ๆ และเริ่มเหวี่ยงแขนขา จาก 2Step ไปจนถึงระดับเหวี่ยงเอาเป็นเอาตาย (Crowdkilling) คือการเหวี่ยงร่างกายประหนึ่งกำลังต่อสู้ หมัดศอกแข้งไม่สนใคร ซึ่งอันตรายสุด แต่ “คนเล่นเค้ารู้กัน” แต่ด้วยพื้นที่กว้าง การเหวี่ยงแขนขาจึงหลบกันได้ ไม่มีปัญหา

 

 

          ต่อมาเป็น Defying Decay วงที่มีเอกลักษณ์ทั้งเพลงและการแสดง มีมือซินธ์สาวสวยสุดเท่ วงขึ้นเล่นตั้งแต่แดดยังไม่ราแสง จึงต้องกระตุ้นผู้ชมสุด ๆ ให้ออกมาหน้าเวที แฟนเพลงด้านหน้าเหวี่ยงกันสุดตัว เจ นักร้องนำทุ่มสุดพลัง ปิดท้ายด้วยการปีนเสาเวทีขึ้นไปโบกมือให้วงมอชข้างล่าง โหดไปอีกขั้นแล้ว

           จากนั้นแดดเริ่มเบาลง ถึงคิววงแนวอีโมพังก์ Jimmy Revolt คนดูเครื่องติด แล้วก็ได้เห็นกำแพงมนุษย์ (Wall of Death) คือการแบ่งคนดูออกเป็นสองฝั่ง เมื่อนักดนตรีให้สัญญาณก็พุ่งเข้าชนกัน รวมทั้งการวิ่งเป็นวงกลม (Circle Pit) อันนี้สนุกมาก สาวๆ แต่งตัวน่ารักๆ ก็วิ่งกันสนุกไปเลย การพายเรือ (Rowing) แต่นี่ก็ไม่ได้พายเสียทีเดียว คล้ายการออกกำลังหน้าท้องซิทอัพเบา ๆ มากกว่า น่ารักปลอดภัยไม่เจ็บตัว

          Bad Baboon เจ้าลิงวงนี้เพลงเท่มาก มีกีตาร์คือ เก้า จิรายุ ละอองมณี  นูเมทัลผสมแรปร็อค มีทั้งเพลงดุ ๆ และเพลงช้า เพลงเต้นเบา ๆ ชวนเซิ้ง ก็ล้อมวงกอดคอกันว้ากไปสิ แล้วก็ได้เห็น การเซิร์ฟ (Surfing) หงายหลังจากรั้วกั้นเวทีให้คลื่นผู้ชมซัดสาดไปเรื่อย ๆ ในช่วงพระอาทิตย์ตก แสงสีส้มและภาพเซิร์ฟในคลื่นคนนั้นสวยมาก ๆ

 

 

          Owls Town เมทัลคอร์ดุดันที่ผสมผสานเสียงเมโลดี้เรียกว่าอยู่ในกลุ่มโมเดิร์นร็อค ด้วยเพลงที่สนุกดุดันและแดดก็ราแสงลงแล้ว แฟนเพลงใส่กันเต็มที่ มอชกันทุกท่วงท่า แถมด้วยท่าวิดพื้น ใช่ วิดพื้นก็มา...

          วงต่อมาสุดโหด Ugoslabier ค่ำแล้ว และผู้ชมหนาแน่นขึ้น มอชทุกแบบวนไป ใส่เต็มแรง ไม่กลัวแดดกันแล้ว ความสนุกคือวงใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เพลงหนักขึ้นเรื่อย ๆ

          ตามมาด้วย Tragedy of Murder เมทัลคอร์ขวัญใจสาว ๆ เจต นักร้องนำหนุ่มสุดเท่ที่มักแต่งตัวสวยแบบสาวโกธิค เพลงดุดัน ว้ากโหด และครั้งนี้เขาก็เซิร์ฟด้วยตัวเอง ล่องคลื่นแฟนเพลงพร้อมธงของวง เท่กว่านี้ไม่มีอีกแล้ว แน่นอนว่า วงดังรุ่นใหญ่ขวัญใจแฟนเพลง อยู่ช่วงท้าย นำโดย Oblivious สุดยอดเมทัลที่ฐานแฟนเพลงหนาแน่นมาก G6PD วงเมทัลคุณภาพจากเชียงใหม่ที่ผสมผสานความเป็นเมืองเข้ากับเมทัล ดนตรีเป็นเอกลักษณ์มาก ๆ และปิดท้ายด้วย Ebola วงรุ่นใหญ่ เกือบจะเรียกได้ว่าเป็นพี่ใหญ่ของวงการแต่เป็นน้องใหม่ในค่าย เข้าสู่ความมืดแล้ว ผู้ชมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ วงมอชใหญ่มาก สนุกสุดสำหรับผู้ชมและผู้เล่น ยิ่งคนดูมีส่วนร่วมเท่าไหร่ นักดนตรีก็มีความสุขมาก ๆ รอบนี้ไม่มีสเตจไดฟ์  (Stage Dive) หรือกระโดดพุ่งลงจากเวที เพราะกั้นรั้วไว้ ถ้าไม่ได้กั้นคงมีแน่นอน

 

 

          นี่เป็นวัฒนธรรมดนตรีทั่วโลก การยกระดับจากอันเดอร์กราวด์ ขึ้นมาให้ไฟสาดฉาย ทำให้เกิดความหลากหลายในนิเวศวิทยาแห่งผู้ฟัง กลุ่มผู้ฟังที่อายุยังวัยรุ่นได้ต่อยอดความหมายของเสียงดนตรี  การได้ปลดปล่อย ระบายออก การได้ใช้พลัง และการมีแรงบันดาลใจในชีวิต เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนควรได้รับ

          พี่โอ๊ค Big Ass (พงษ์พันธ์ พลสิทธิ์) และ สมเมย์ Labanoon (ณัฐนนท์ ศรีศรานนท์) ผู้บริหารของ Vom Records มีเป้าหมายที่จะเดินต่อไป ขยายจากจุดที่รักให้เติบโต ในแบบที่เรียกว่า “ฝรั่งทำได้คนไทยก็ทำได้”

          มอชพิท เป็นแค่ภาพที่เห็น แต่จิตวิญญาณของเมทัลนั้นลึกล้ำกว่านั้นมากมาย !!

 

//............................

 

หมายเหตุ : ส่องมอชพิท ใน Vom RecordsOpen House : คอลัมน์ “กว่าชื่น On Repeat” โดย กว่าชื่น บางคมบาง : บางกอกไลฟ์นิวส์

 

//...........................