วงปีศาจ : กว่าชื่น บางคมบาง
วงปีศาจ
ช่วงนี้อะไรๆ ก็อยู่ในวังวนของปีศาจ ไม่ว่าทนายในซีรีส์ หรือนักการเมืองในชีวิตจริง!
เลยอยากจะนำเสนอเรื่องของวงปีศาจกับเขาบ้าง
เรามักเรียกวงดนตรีฝั่งตะวันตกที่แสดงภาพลักษณ์แบบนิยมปีศาจ หรือ ซาตาน ว่า สายซาตานิก (Satanic) นับได้จากเนื้อหาของเพลงที่พูดเรื่องการนับถือซาตาน ต่อต้านพระเจ้า ความหม่นมืด มนต์ดำ ลัทธิความเชื่ออื่นๆ ที่ลี้ลับเหนือจริง รวมทั้งการแต่งตัวแบบคลุมผ้า ชุดดำ แต่งหน้าเหมือนผีปีศาจ หรือที่เรียกว่าครอปเพนท์ (Corpsepaint) แนวดนตรีส่วนใหญ่เป็นแบล็กเมทัล (Black Metal) กินไปถึงพวกเดธเมทัล (Death Metal) และแทรชเมทัล (Thrash Metal) หลายๆ วง
ในไทย สายเพลงแบบโคตรแบล็กเมทัลนี้มีไม่น้อย หลายวงที่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นผสมผสานความเชื่อไทยและแนวดนตรีเข้ากับความเป็น “แบล็ก” สากล ได้อย่างน่าตื่นตา บางวงก็เคยไปแสดงที่ต่างประเทศ ประกาศศักดาแห่งไทยสายมืดให้ต่างชาติตะลึง
จากการไปชมดนตรีในช่วงนี้ พบเจอหลายวงที่ถูกจัดให้เป็นวงปีศาจ เลยมาบอกเล่าให้รู้จักกันบ้าง

วงที่เด่นชัดเรื่องภาพลักษณ์ที่แสดงออก ยกให้กับ Lotus of Darkness ได้ดูการแสดงของวงนี้ในงาน Brazen Axe Productions ที่ Speakerbox ซอยทองหล่อ เมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2569 สำหรับ Lotus of Darkness พญานาคคือองค์บูชาสูงสุด เป็นกำเนิดแห่งความเชื่อ วิญญาณ เสียงเพลงแห่งความหม่นมืดและความเชื่อของชาวอีสาน นักดนตรีครอปเพนท์ใบหน้าเป็นผี แต่งกายด้วยชุดชาวอีสาน ผ้านุ่ง และผ้าพาดบ่า เครื่องดนตรีมีกลอง กีตาร์ และพิณอีสานหัวพญานาค ขับขานเสียงเสน่ห์แห่งเครื่องดีดสายเสียงพิณได้อย่างไพเราะมากๆ เมื่อรวมกับเสียงดนตรีแบบแบล็กเมทัลแล้ว นี่คือที่สุด! เสียงร้องแบบแบล็กเมทัล คือการการเปล่งเสียงแหบไห้ราวกรีดร้องมาจากนรก!! คอนเซ็ปต์ของเพลงคือการขับขานเล่าตำนานแห่งพญานาค มีความปวดร้าวบางอย่าง ความทุกข์ทรมาน การร้องขอ การพยายามหลุดพ้นจากชะตา และการวิงวอนขอพร และการแก้แค้น

“พญางูโหมกระหน่ำ บดขยี้แหลกลาญย่อยยับอับจน รัดร่าง บิดเบี้ยว ดูดดื่ม โกรธเกรี้ยวโกรธา
คืนค่ำจากสงบสงัด เปลี่ยนแปร มอดไหม้ ทำลาย ราชาเหลือเพียงกระดูก สวรรคตในอกพญา
มิคลาย ราคะ เปลวไฟ แห่งความโกรธแค้นลุกโชน ตวัดลิ้น ดูดเลือด ผละร่าง ราชาร่วงหล่น
เสียงกังวาน เกรี้ยวกราด สะท้าน เมืองอุดมพลันล่มสลาย
นาคาสำแดงเดช สมภาส
ปฐพีล่มสลาย สาปแช่ง ชั่วกัลป์
นาคา สมภาส นัยน์ตาลุกโชน”
หากจะบอกว่า นี่คือดนตรีที่สร้างขึ้นสำหรับการบวงสรวงมนต์มืดแห่งพญานาค ก็ไม่ผิดนัก Lotus of Darkness เป็นวงที่ควรได้รับการส่งเสริมมากกว่านี้ เพราะด้วยดนตรี สารในเพลง และการแสดงสด นับเป็นสุดยอดวงหนึ่งที่สำแดงความเชื่ออย่างไทยได้อย่างหนักแน่นและสากล

อีกวงที่ชอบมาก คือ Amorphous Dominion ติดตามการแสดงของวงนี้มาหลายต่อหลายครั้ง ครั้งล่าสุดคือเมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2569 เช่นกัน ที่ Poison Door ไลฟ์เฮ้าส์ใหม่ย่านกรุงเทพกรีฑา Amorphous Dominion เป็นวงที่ได้รับการยอมรับในแง่สร้างผลงานมานาน มีความ “ทรู” (True) หรือ “ของแท้” ในแบบแบล็กเมทัลแท้ๆ ทั้งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรมไปแสดงยังต่างประเทศ ทั้งไต้หวันและญี่ปุ่น ภาพลักษณ์บนเวทีของวงนี้ครอปเพนท์ใบหน้าอยู่ในชุดคลุมสีดำพร้อมฮูด มองคล้ายเพชรฆาตแห่งความตาย เนื้อหาของเพลงเกี่ยวกับพิธีกรรม ความตาย ความเชื่อ คำสาป ความโดดเดี่ยว และพลังด้านมืด เป็นเหมือนพลังของภูตผีปีศาจทั้งมวล


“สาปเลือดคละคลุ้งพันธะสัญญาล้วนดั่งคำหลอกลวง
ฤาดั่งดวงมฤตยูข้ายอมผูกมัดจากความเชื่อใจ
พลาดพลั้งถูกลากสู่ลานประจานเยี่ยงเดรัจฉาน
ละทิ้งข้าด้วยสายตาแห่งความเฉยชา
ทุกคำสัญญาล้วนถูกตบะสัตว์พสุธา”
วงนี้ดนตรีหนัก ทั้งกลองสุดโหดตัวพ่อของวงการ กีตาร์แนวหน้าที่เคยเล่นให้วงต่างประเทศมาแล้ว เบสและร้องนำที่เพิ่งมาเป็นสมาชิกใหม่ ฝีมือและเส้นเสียงไม่มีแผ่วเลย สำรากจากนรกได้โหดดิบสาแก่ใจยิ่ง

ปิดด้วยวงที่มีนักร้องประสานเป็นผู้หญิง เสียงหวาน อย่าง My Dark Secret Transcendence วงนี้เป็นวงแนวแบล็กเกซ (Black Gaze) ที่น่าสนใจ เพิ่งแสดงสดในโครงการ Music Industry Nexus ปลายเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ ARTSPACE BANTADTHONG ถนนบรรทัดทอง
วงนี้มีสมาชิก 4 คน นอกจากแสดงที่ไทยแล้ว ยังเคยไปแสดงที่ไต้หวัน 2 ครั้ง และกำลังจะได้ไปแสดงที่เกาหลีต้นเดือนกรกฎาคมนี้ ด้วยทุนสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรม ภาพลักษณ์การแต่งกายของนักดนตรีทั้งวงอาจจะไม่ชัดเท่าสองวงก่อนที่กล่าวมา แต่ก็อยู่ในคอนเซ็ปต์ความตาย นักร้องหญิงมักจะแต่งหน้าออกไปทางโกธิค หรือบางงานก็ครอปเพนท์ เขียนตาเป็นสีดำเหมือนคราบน้ำตาสีดำไหลเปื้อนใบหน้า ปีศาจสาวผู้หมองหม่นในชุดไทยจิตรลดา หรือเดรสขาวเปื้อนเลือด และสำหรับครั้งนี้มาในเดรสสีดำรองเท้าบูท

เนื้อหาเพลงของ My Dark Secret Transcendence จะเกี่ยวกับความตาย ความสูญเสีย ความโศกเศร้ารวดร้าวทุกข์ทรมานของชีวิต ดนตรีแบบแบล็กเกซมีความหวานหม่น เสียงร้องของนักร้องนำ (และเล่นกีตาร์ด้วย) จะเป็นเสียงว้ากโหดส่วนนักร้องหญิงจะหวานใส เป็นความขัดแย้งที่ลงตัว บนเวทีเพลงที่นับว่าเป็นจุดเด่นคือ The Last (ของลมหายใจ) ที่มี 2 ภาค ในภาค 1 พูดถึงความตายที่พรากชีวิตของคนที่รักไป สิ้นหวังและเจ็บปวด ไม่เหลือใครที่จะสัมผัสลมหายใจ ภาค 2 เป็นเสียงคีย์บอร์ดนำ แล้วเสียงนักร้องหญิงแว่วโหย เป็นเพลงจากอีกฝั่งหนึ่งของความตาย เสียงของคนที่จากไปแล้ว ต้องบอกว่าสองเพลงนี้ร้อยความเศร้าให้เป็นทวี แม้นักร้องชายซึ่งผู้เขียนเพลงจะบอกว่าเป็นการคลี่คลายของสารในเพลงก็ตาม
“ฉันยังอยู่ข้างเธอ แม้ว่าวันและคืน ไม่เคยจางหายไป ทุกครั้งที่เธอหายใจ
แม้ว่านานเท่าไร เฝ้ามองลมหายใจ ฉันยังอยู่ข้างใน อยู่ในทุกลมหายใจ
ฉันยังคิดถึงเธอ คิดถึงเธอเหลือเกิน ฉันยังคิดถึงเธอ ฝันมีแต่ภาพเธอ
ฉันยังคิดถึงเธอ คิดถึงเธอเหลือเกิน ฉันยังคิดถึงเธอ คิดถึง ทุกลมหายใจ”
.jpg)
ถ้าจะให้เทียบอารมณ์ก็อาจจะเปรียบได้กับเสียงครวญคร่ำของผีตนหนึ่ง ที่ไม่อาจ “ละใจ” ได้จากความรักที่เคยมี เป็นเพลงของการจากพรากที่ฉุดรั้งให้เราต้องดิ่งลงไปในความเศร้าวนเวียนไม่รู้จบ และทางที่จะหลุดพ้นคือการ “เฝ้ามองลมหายใจ” ซึ่งตรงนี้เหมือนกุญแจธรรมเล็กๆ ที่บอกกับผู้ฟังถึงหนทางในการละวาง
และสำหรับเพลง The Last (ของลมหายใจ) ภาค 2 นั้น เพิ่งปล่อย MV ออกมาทาง Youtube เรียกน้ำตาได้สุดๆ
แม้จะบอกว่าทั้งสามวงนี้เป็น วงปีศาจ แต่เป็นปีศาจดนตรีที่สุดยอด แม้เป็นแนวเพลงที่คนไทยส่วนใหญ่อาจจะไม่คุ้นเคย บ้างก็บอกว่าน่ากลัว ทั้งการแต่งตัว ทั้งการแสดง ทั้งเนื้อเพลง แต่หากมองให้ลึก ตีความให้ชัด จะมองเห็นถึงภาวะของมนุษย์อันวนเวียนอยู่ในโลกของปีศาจ เราทั้งหลายเป็นปีศาจโดยตัวเอง อยู่จะแสดงออกมาเช่นใด และเพลงบางเพลงทำให้เราได้เรียนรู้ที่จะปลดปล่อยพลังงานเหล่านั้นออกมา--เพื่อเรียนรู้ตัวเอง
//............................
หมายเหตุ : วงปีศาจ : คอลัมน์ “กว่าชื่น On Repeat” โดย กว่าชื่น บางคมบาง : บางกอกไลฟ์นิวส์
//...........................
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง "กว่าชื่น On Repeat"