The Novembers : ใจและดนตรี กับทัวร์เปิดอีพีที่กรุงเทพฯ : กว่าชื่น บางคมบาง
The Novembers : ใจและดนตรี กับทัวร์เปิดอีพีที่กรุงเทพฯ
หนุ่มญี่ปุ่น 4 คน ท่าทางสุภาพ ทว่าเมื่อขึ้นเวทีก็ราวกับมีพลัง นี่คือวงร็อกญี่ปุ่นชื่อ The Novembers
วงตั้งขึ้นในปี 2005 (2548) ถึงวันนี้ก็นับได้เกิน 20 ปี
The Novembers มีสมาชิก 4 คน คือ เรียวสุเกะ โยชิกิ (กลอง) ฮิโระฟุมิ ทากามัตสี (เบส) ยูสูเกะ โคบายาชิ (ร้องนำ, กีตาร์) และ เคนโกะ มัตสึโมโตะ (กีตาร์)
The Novembers เคยมาโชว์ที่กรุงเทพฯ ครั้งแรกในงาน FEVER TOURS 2024 เมื่อ 7 กรกฎาคม 2567 ครั้งที่สอง เมื่อปีก่อน 31 พฤษภาคม 2568 และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ล่าสุด อาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569 ที่ Blueprint Livehouse เป็นทัวร์เปิดอีพีใหม่ The Singing Engines นั้น ซึ่งไล่มาตั้งแต่ ซัปโปโร นาโกยา เซนได ฟุกุโอกะ แล้วปิดทัวร์ที่บางกอก!


อีกวันหลังคอนเสิร์ต The Novembers The Singing Engines Live In Bangkok ทางคุณจินน์ (สมาชิกวง Faustus) ค่าย dessin the world ผู้จัด ได้มีปาร์ตี้เล็กๆ ชวนกันคุยกับสมาชิกในวง (ซึ่ง ฮิโระฟุมิ ทากามัตสึ มือเบส กลับไปก่อน) ที่ร้านเล็กๆ แสนอบอุ่นชื่อ Good Space Bkk ในซอย พหลโยธิน 18/1 ซึ่งงานนี้ทำให้ได้รู้จักกับตัวตนของ The Novembers มากขึ้น เข้าใจลึกซึ้งในความเป็นศิลปินมากๆ
ทำไมบางกอก เป็นคำถามที่ตั้งธงไว้ เพราะอะไรจึงมาปิดทัวร์กันที่นี่
ถ้าจะบอกว่า กรุงเทพฯ คือจุดเปลี่ยนหนึ่งของวง The Novembers ก็ไม่เกินจริงนัก ลองคิดว่า การที่นักดนตรีชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง มานั่งสวดมนต์ในวัดที่กรุงเทพฯ ถึง 4 ชั่วโมง พูดคุยกับตัวเอง นำไปสู่ไอเดียการทำเพลงใหม่ๆ นั่นช่างเป็นเรื่องมหัศจรรย์หนึ่งของการสร้างสรรค์เพลงดีๆ และเรื่องนี้บอกเราได้ว่า กรุงเทพฯ น่าจะมีอะไรที่ทำให้ The Novembers หลงรัก


ย้อนไปสองปีก่อน ครั้งแรกที่วงมาแสดงที่ไทย (FEVER TOURS 2024) ยูสูเกะ โคบายาชิ นักร้องนำเล่าว่า
“ตอนนั้นจิตใจของผมไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่พอมาถึงเมืองไทยก็รู้สึกว่าบรรยากาศเมืองไทยเหมือนกอดอย่างอบอุ่น จิตใจและร่างกายรู้สึกดีขึ้น ซึ่งการที่มันดีขึ้นก็ทำให้ดีต่อวงด้วย ซึ่งนี่เป็นเรื่องใหญ่มากๆ สำหรับผม”
ความเป็นเมืองพุทธก็เป็นส่วนหนึ่งของความเป็นไทย
“ตอนว่างก็ไปที่วัด แล้วไปนั่งสวดมนต์อยู่ 4 ชั่วโมง แล้วรู้สึกว่าผมได้อยู่ “ต่อหน้าตัวเอง” เหมือนกับได้คุยกับตัวเอง เป็นแรงบันดาลใจสำหรับตัวเอง”
อาหารไทยก็เป็นสิ่งที่ “ประทับใจ”
จิน Dessin the World บอกว่า พาไปกินจิ้มจุ่ม ส้มตำ โคบายาชิประทับใจมาก ถึงกับเสิร์จหาคำว่า “ประทับใจมากๆ” ในภาษาไทย เพื่อโชว์ให้พนักงานร้านอาหารดู นอกจากนี้ก็ชอบปูผัดผงกะหรี่ ส่วนของหวานชอบข้าวเหนียวมะม่วง ประทับใจมากอีกเหมือนกัน
นอกจากกรุงเทพฯ แล้ว มือกลองเรียวสุเกะ โยชิกิ เคยมาอยุธยาด้วย เพราะเล่นกลองให้กับวง Ayuttaya เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่มาเลยที่อยุธยา
ยูสูเกะ โคบายาชิ บอกว่า “เวลามาไทย ในฐานะคนญี่ปุ่นก็เหมือนตัวแทนของญี่ปุ่น อยากเป็นตัวแทนให้คนไทยรู้สึกว่า คนญี่ปุ่นมารยาทดี ก็เลยอยากมาเมืองไทยเรื่อยๆ”
โอย แต่พวกเราในฐานะเจ้าบ้านก็ได้แต่บอกว่า ไม่ต้องมารยาทดีมากก็ได้ (ฮา)


ไลฟ์ครั้งที่ 3 ในบางกอก
ในการแสดงครั้งนี้ ต้องบอกว่าดนตรีมีความหนักมากขึ้น วงแสดงอย่างเต็มที่
เคนโกะ มัตสึโมโตะ มือกีตาร์ตัวโหดผู้ใส่อารมณ์บนเวทีอย่างสุดๆ บอกว่า “รู้สึกได้แลกเปลี่ยนจิตใจกันกับผู้ชม”
เมื่อถามถึงความแตกต่างของการไลฟ์ที่ไทยกับญี่ปุ่น เขาคิดสักพัก
“ความแตกต่างของไทยกับญี่ปุ่น ไม่ได้ต่างกันมาก แต่เวลาที่เล่น ที่ญี่ปุ่นจะเล่นได้บ่อย แต่ที่ไทยได้แค่ปีละครั้ง แต่ก็ประทับใจ เพราะรู้สึกว่าผู้ชมไทยรอวงของเรา และรักพวกเราดี”
ใจและกายเพื่อดนตรี
การแสดงสดที่เต็มไปด้วยพลัง ทั้งนักร้องที่มีเสียงสกรีมที่เป็นเอกลักษณ์ มือกลอง มือกีตาร์ที่ใส่ไม่พัก เบสเท่แบบนิ่งๆ ที่มีจังหวะหนักแน่น กลองที่หวดสุดๆ ดูเหมือนทุกคนมีพลังในตัวเองมากๆ
เรียวสุเกะ โยชิกิ มือกลอง บอกว่า เขาฟิตทุกวัน “ออกกำลังกายเพื่อรักษาการเล่นที่ดี ไปยิม มีเทรนเนอร์ส่วนตัว”
แต่มือกีตาร์ เคนโกะ มัตสึโมโตะ ผู้ใส่ฝีมือสุดตัวบอกว่า “ไม่ได้ฟิตอะไรเลยเล่นด้วยจิตใจ ซึ่งทุกครั้งก็เหนื่อยมากๆ (หัวเราะ)”

นักร้องนำ ยูสูเกะ โคบายาชิ ให้ความสำคัญกับใจ “ไม่ออกกำลังกายเท่าไหร่ แต่เน้นเรื่องจิตใจมากว่า รักษาจิตใจของผม เวลาขึ้นเวทีก็อยากแบ่งพลังให้ผู้ชม เวลาเหนื่อยใจและกายก็จะต้องพยายามสร้างพลังส่งให้ผู้ชม”
ส่วนเสียงสกรีมในแบบของเขานั้น เขาเล่าว่า “ก่อนหน้านี้วง The Novembers ไม่ได้ร็อกขนาดนี้ หลังจากที่เคนโกะเข้ามาเป็นสมาชิก เสียงก็ดังมาขึ้นเรื่อยๆ ผมก็ต้องเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ ตาม ก็เลยเสียงออกมาอัตโนมัติ เวลาแต่งเพลงไม่ได้คิดเลยว่าต้องใส่สกรีมในเพลงนี้ แต่ผมฟังเสียงจากเพลง รู้สึกว่าต้องสกรีมก็เลยสกรีมออกมา”
เจ็บคอมั้ย เป็นสิ่งที่หลายคนสงสัย เขาผงกหัว “ตอนนี้ก็ด้วยครับ” แล้วหัวเราะ
การร้องไม่ยั้งแบบนี้ไม่ใช่เพิ่งเคยทำ จิน Dessin the Wolrd เล่าว่า สองปีก่อน เมื่อลงจากเวทีหลังการสกรีมสุดๆ โคบายาชิก็ถึงกับต้องเอาน้ำแข็งประคบคอไว้ทีเดียว

The Singing Engines : เครื่องยนต์ขับขาน เสียงที่ประสานสู่ผู้ฟัง
4 เพลงในอีพี The Singing Engines นี้ มีความต่างในความเหมือน มีหลายอารมณ์ที่สอดคล้องประสานกัน
1. Hero
แม้แต่ฮีโร่ในมังงะ ก็ยังต้องการฮีโร่ อาจจะเป็นตัวตนทีแท้จริงของเราที่ไม่อาจเห็นด้วยตา เป็นเพลงที่เชิญคุณ ฟุยุมิ อาเบะ นักร้องที่ยูสูเกะชอบมาร่วมร้อง
เมื่อถามถึงฮีโร่ของแต่ละคน
ยูสูเกะ โคบายาชิ บอกว่า “ที่จริงมีหลายคนมากๆ ที่ทำให้ผมไปทางบวก แต่ถ้าให้เลือก ฮีโร่ของผมก็คือ พ่อกับแม่” คำตอบนี้ทำให้เคนโกะ มัตสึโมโตะ มือกีตาร์หัวเราะขึ้นมา “ยุสูเกะพูดไปแล้ว พ่อแม่เหมือนกันครับ ผมนึกถึงพ่อแม่ก่อนเลย” แล้วเรียวสุเกะ โยชิกิ มือกลอง พยักหน้าก่อนบอกว่า “แม่ผมครับ”
2. The Singing Engines
เพลงหนักหน่วงกลิ่นโกธิคเป็นการปลดปล่อยสะท้อนความไม่สมเหตุสมผลของโลก ฟังหนักแน่นกราดเกรี้ยว เป็นเพลงที่โอบล้อมไปด้วยความหนักหน่วง เป็นชื่ออีพีนี้


3. Haruka Kanata
เพลงรักอีกขั้นของความรัก เป็นความรักที่ไม่ใช่ความรักตรงไปตรงมา เป็นความรักที่ผสมปนเปอย่างลึกซึ้ง อัดอั้นตันใจ
ยูสูเกะ โคบายาชิ บอกไว้ว่า “ตัวผมในยุคสมัยนี้ ไม่สามารถร้องเพลงรักที่ตรงไปตรงมาแบบทื่อๆ ตรงๆ ได้อีกแล้ว” ซึ่งทำให้สงสัยว่ามันหมายถึงยังไงกันแน่ เขาอธิบายเพิ่มว่า
“ความชอบกับความรัก มันแตกต่างกันอยู่แล้ว ซึ่ง ตอนแรกสมัยที่ยังไม่ได้เป็นพ่อ รู้สึกว่าแค่มีความชอบก็พอ แต่ว่าเมื่อมีลูกแล้ว ก็รู้สึกว่าความชอบอย่างเดียวไม่พอ ความชอบเป็นอารมณ์ แต่ความรักเป็น philosophy - ปรัชญา เป็นการกระทำ เป็นพลังที่อยู่ด้วย แค่ความชอบไม่พอแล้ว”
นี่คือความหมายลึกซึ้งในเพลงนี้
4. Gassou Hold me Hold me Hold me
เพลงที่พูดถึงการอยู่ร่วมกัน ความแตกต่างของผู้คนที่ต้องอยู่ร่วมกัน นี่คือพลังงานของความรัก พลังงานขับเคลื่อนของเครื่องยนต์แห่งการอยู่ร่วมกันในความต่างก็คือ “ความรัก” นั่นเอง
ยูสูเกะ โคบายาชิ บอกว่านี่คือเพลงที่เป็นตีมของอีพีนี้
“ในยุคสมัยนี้แต่ละคนมีความแตกต่าง บุคลิกแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่ว่าสังคม วง บริษัทต่าๆ ก็มีคนที่คิดต่าง มีความแตกต่าง ผมก็อยากรู้ว่าถ้าแต่ละคนมีความแตกต่าง แล้วจะอยู่ด้วยกันต่อไปยังไง ผมรู้สึกว่ากัสโซ (Gassou) คือตีมของอีพีนี้ครับ คือการอยู่กับคนที่มีความแตกต่างกัน”

แล้วแต่ละคนชอบเพลงอะไร
สำหรับ ยูสูเกะ โคบายาชิ นักร้องนำชอบเพลง Haruka Kanata
เคนโกะ มัตสึโมโตะ กีตาร์ มือกีตาร์ ชอบ เพลงสุดท้าย Gassou Hold me Hold me Hold me
ส่วนมือกลอง เรียวสุเกะ โยชิกิ ชอบเพลง Hero
อีพีใหม่ล่าสุดนี้ ยูสูเกะ โคบายาชิ อธิบายการทำงานไว้ว่า
“เวลาแต่งเพลง เล่นเพลง แต่ก่อนคิดว่าเวลาโชว์ก็คิดว่าอยากสร้างบรรยากาศด้วยกัน อยากแสดงอะไรข้างในของตัวเองออกมา แต่ในตอนนี้ก็มีความเปลี่ยนแปลงเหมือนกัน คือ รู้สึกว่าอยากให้อะไรกับคนที่มาชม หรือคนที่ฟังเพลงของเรา”
นอกจากเพลง เมิร์ชของวงก็คือการสร้างสรรค์ที่ยึดแฟนเพลงเป็นหลักเหมือนกัน
“(การออกแบบเมิร์ช) ตอนแรกก็วาดมั่วๆ ตอนแรกๆ ก็มีเมิร์จคูลๆ นะ แต่ว่าพอลองทำเมิร์ชอันที่วาดมั่วๆ แฟนๆ ชอบมากกว่า ผมก็เลยทำไปเรื่อยๆ ถึงตอนนี้ มีตุ๊กตาตัวเล็กๆ มีสติ๊กเกอร์ พวงกุญแจ”
ซึ่งของที่ระลึกเหล่านี้ก็มีคอนเซ็ปต์ต่างไปแต่ละเมือง แต่ละประเทศ อย่างไทย เป็นเพื่อนช้าง ไต้หวันก็เป็นเพื่อนเซียวหลงเปา เกาหลีก็เพื่อนเสือ เรียกว่า ตั้งใจเอาใจแฟนเพลงทุกประเทศจริงๆ

The Novembers วันนี้เป็น The Novembers ที่เติบโตจากการเดินทางบนเส้นทางดนตรีมายาวนาน ตั้งแต่ปี 2005 (2548) จนตั้งค่ายอิสระของตัวเอง ทั้งได้ไปแสดงสดมากมายทั่วญี่ปุ่น รวมทั้งเทศกาลที่โด่งดังอย่าง Fuji Rock Festival คือการถ่ายทอดตัวตนไปจนถึงการส่งต่อพลังถ่ายเทระหว่างคนดูกับศิลปิน เป็นการเปลี่ยนผ่านของความรัก ในระดับอารมณ์ไปสู่ปรัชญา
อาจจะฟังดูอวย แต่คงไม่เกินไปหรอก ที่จะบอกว่า The Novembers ไม่เคยหยุดนิ่ง และมีพลังเสมอ
เป็นวงที่ควรได้ชมสดจริงๆ
รอคอยการเยือนไทยครั้งที่ 4 แล้ว !!
ขอบคุณ #TheNovenbers #dessintheworld สำหรับดนตรีดีๆ
CR : Facebook Lost in Livehouse
//............................
หมายเหตุ : The Novembers : ใจและดนตรี กับทัวร์เปิดอีพีที่กรุงเทพฯ : คอลัมน์ “กว่าชื่น On Repeat” โดย กว่าชื่น บางคมบาง : บางกอกไลฟ์นิวส์
//...........................
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง "กว่าชื่น On Repeat"
- ส่องมอชพิท ใน Vom Records Open House : กว่าชื่น บางคมบาง
- วงปีศาจ : กว่าชื่น บางคมบาง
- มนต์รักหนังสือเกาหลี : กว่าชื่น บางคมบาง