ข้ามคืนบนเวทีไวรัล vs ค่อนชีวิตบนเวทีฝึกซ้อมแข่งขัน : อานันท์ นาคคง
ข้ามคืนบนเวทีไวรัล vs ค่อนชีวิตบนเวทีฝึกซ้อมแข่งขัน
ผู้หญิงคนหนึ่งกลายเป็นศิลปินค่ายเพลงในชั่วข้ามคืน
สองวันก่อน เธอยังเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่ถูกพายุของโลกออนไลน์พัดเข้าไปอยู่กลางพื้นที่สาธารณะ ถูกมอง ถูกตีความ ถูกวิจารณ์ และถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นตัวละครในเรื่องเล่าที่คนทั้งประเทศติดตาม
แล้วฉากก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จากหน้าจอโทรศัพท์สู่เวทีขนาดใหญ่ จากชื่อในกระแสข่าวสู่ชื่อที่มีมูลค่าทางการตลาด จากเรื่องราวส่วนตัวสู่โอกาสใหม่ในอุตสาหกรรมบันเทิง
แม้โลกของศิลปินจริง ๆ เส้นทางแห่งความสำเร็จของคนหลายคนนั้นไม่ได้เริ่มต้นจากแสงไฟหรือเสียงปรบมือ แต่กลับเริ่มจากห้องซ้อมเล็ก ๆ ที่ใช้ชั่วโมงแห่งความเหนื่อยยากนับไม่ถ้วน เดินทางผ่านความทุกข์ที่ไม่มีใครเห็น ผ่านน้ำตา ผ่านความร้าวระบมของกล้ามเนื้อ ผ่านความเจ็บไข้ได้ป่วย ผ่านการเรียนรู้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ผ่านความผิดพลาด ความพ่ายแพ้และวันที่ต้องถามตัวเองว่ายังจะสู้ต่อไปไหม ศิลปินหลายคนขึ้นลงเข้าออกเวทีประกวดนับครั้งไม่ถ้วน ผ่านการตกรอบ ผ่านความผิดหวัง ผ่านวันที่ไม่มีใครจำชื่อได้ กว่าจะได้รางวัลสักหนึ่งรางวัล กว่าจะมีคนฟัง กว่าจะมีพื้นที่เป็นของตัวเอง บางคนใช้เวลาครึ่งค่อนชีวิต เพราะสำหรับศิลปินจำนวนมาก ผลงานไม่ได้เกิดขึ้นในวันที่ผู้คนมองเห็น มันค่อย ๆ ถูกสร้างขึ้นอย่างเงียบ ๆ ในวันที่ยังไม่มีใครสนใจ
ในเวลาใกล้เคียงกัน ผู้หญิงอีกคนหนึ่งนั่งอยู่กับกีตาร์ของเธอมาหลายปี ซ้อมประโยคดนตรีเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก ฝึกนิ้ว ฝึกหู ฝึกน้ำเสียง ฝึกความอดทน ผ่านวันที่ไม่มีใครรู้จัก ไม่มีแสงไฟ ไม่มีผู้ชมจำนวนมากคอยติดตาม
เธอแบกกีตาร์เดินทางข้ามประเทศไปขึ้นเวทีประกวดระดับโลก เอาความสามารถที่สะสมมาตลอดชีวิตทั้งการเล่นการร้องและท่วงทีลีลาขึ้นไปพิสูจน์ต่อหน้าผู้ชมนานาชาติ เธอได้รับเสียงปรบมือ ได้รับการยอมรับ ได้รับรางวัล แต่พลังกีตาร์ของเธอกลับเดินทางไปไม่ไกลเท่ากับเรื่องราวที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ
นี่อาจเป็นภาพสะท้อนที่น่าคิดของยุคนี้ เราไม่ได้ขาดคนเก่ง ไม่ได้ขาดศิลปินที่ทุ่มเท แต่เราอยู่ในยุคที่ความสนใจของผู้คนไม่ได้เดินทางไปหาความสามารถเสมอไป
หลายครั้ง มันเดินทางไปหาสิ่งที่กระตุ้นอารมณ์ได้เร็วที่สุด ความตกใจ ความสงสาร ความโกรธ ความอยากรู้อยากเห็น บางครั้งเดินทางเร็วกว่าฝีมือที่ใช้เวลาทั้งชีวิตสร้างขึ้นมา
ทุกวันนี้ เวทีของโลกเปลี่ยนไป บางครั้งโอกาสแรกที่ทำให้ผู้คนรู้จักใครสักคน อาจไม่ได้เริ่มจากเวทีประกวด หรือผลงานที่สะสมมาอย่างยาวนาน มันอาจเริ่มจากช่วงเวลาที่ชีวิตเปราะบางที่สุด
คลิปหนึ่งคลิปสามารถเปลี่ยนชีวิตคนได้
โลกออนไลน์กลายเป็นเวทีประกวดขนาดใหญ่ กรรมการคือสายตาของผู้คนนับล้าน คะแนนโหวตคือยอดวิว ยอดแชร์ และคอมเมนต์ เราเฝ้ามองชีวิตของคนอื่นแบบเรียลไทม์ เราเลือกข้าง เราสร้างบทบาทตัวละครให้กับผู้คนที่เราแทบไม่รู้จัก
เราไม่แคร์ว่าใครคือคนผิด เราไม่แคร์ว่าใครคือคนถูกกระทำ ใครควรถูกตำหนิ ใครควรได้รับความเห็นใจ ทุกอย่างเกิดขึ้นผ่านเศษเสี้ยวของภาพ เสียง และเรื่องเล่าที่ไหลผ่านหน้าจอ
เมื่อเรื่องราวเดินทางถึงจุดที่คนทั้งสังคมรู้จักชื่อของเธอ อุตสาหกรรมก็ก้าวเข้ามาพร้อมแสงไฟ เวที ไมโครโฟน และเธอก็ตอบรับมัน
ตรงนี้เองที่ทำให้เรื่องราวซับซ้อนขึ้น เพราะหลังจากผ่านพายุครั้งใหญ่ของชีวิต โอกาสครั้งใหม่ก็ปรากฏขึ้น คนคนหนึ่งอาจเห็นการเริ่มต้นใหม่ ขณะที่อุตสาหกรรมมองเห็นกระแส ความสนใจ และความเป็นไปได้ทางธุรกิจ
ทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน ค่ายเพลงเลือก เธอเลือก ผู้ชมเลือก ทุกฝ่ายต่างผลักให้เรื่องราวเดินหน้าต่อไป
สื่อมวลชนเองก็ไม่รอช้า ข่าวการเปิดตัวศิลปินใหม่ถูกส่งต่ออย่างรวดเร็ว จากเรื่องราวชีวิตกลายเป็นข่าวบันเทิง จากกระแสสังคมกลายเป็นเนื้อหาที่ผู้คนพร้อมกดอ่าน ตามอ่าน ตามวิจารณ์กันต่อ
ในยุคที่ความสนใจของผู้คนมีเวลาสั้น ๆ ความเร็วในการสร้างสื่อ การออกสื่อกลายเป็นหัวใจสำคัญ ใครจับกระแสได้ก่อน ย่อมได้รับความนิยมจากผู้ชมก่อน สื่อมวลชนจึงไม่ได้เป็นเพียงผู้รายงานเหตุการณ์ หลายครั้งสื่อกลายเป็นส่วนหนึ่งของวงจรที่ทำให้เหตุการณ์ขยายตัว
กระแสสร้างข่าว ข่าวขยายกระแส และกระแสใหม่ก็สร้างข่าวใหม่ต่อไป
ค่ายเพลงได้ศิลปินใหม่ ศิลปินได้พื้นที่ใหม่ สื่อได้ยอดจำนวนผู้ชมใหม่ คนดูได้คอนเท้นท์ใหม่สำหรับติดตาม เอาไปเม้ามอย นินทา สรรเสริญ
ไม่มีใครยืนอยู่นอกวงจรนี้จริง ๆ นี่คือความซับซ้อนของโลกยุคใหม่ โลกที่สามารถเปลี่ยนแทบทุกอย่างให้กลายเป็นมูลค่าได้อย่างรวดเร็ว แม้กระทั่งช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุดของมนุษย์
เราอาจกำลังวนลูปเข้าสู่ยุคที่ชื่อเสียงไม่ได้เริ่มต้นจากผลงานแห่งความทุ่มเทและการต่อสู้เสมอไป บางครั้งมันเริ่มจากการถูกมองเห็น และในโลกที่ทุกคนกำลังแย่งชิงพื้นที่บนหน้าจอ การถูกมองเห็นอาจมีราคาสูงกว่าสิ่งที่สร้างขึ้น
ฤดูกาลของความสนใจ ฤดูกาลที่ทุกคนเข้ามามีบทบาท แล้วค่อย ๆ เคลื่อนต่อไปยังเรื่องใหม่ สูตรสำเร็จที่วนลูป การค้นพบใครบางคน สร้างตัวละคร ขยายเรื่องราวของเขาให้เป็น "คนดัง" เราติดตามชีวิต เราวิจารณ์ เราส่งต่อ แล้วไม่นาน เราก็รอคนถัดไป เหมือนลูปที่ผ่านๆมา ลุงคนหนึ่งที่กลายเป็นไวรัล นักมวย นักฟุตบอล นางงาม กลายเป็นศิลปินที่คนทั้งประเทศรู้จัก จนเส้นแบ่งระหว่าง “คนจริง” กับ “ตัวละครในสายตาสังคม” ค่อย ๆ ลือนหายไป
เรื่องนี้ไม่ได้สะท้อนแค่ความไม่ชอบมาพากลของวงการบันเทิง มันสะท้อนพวกเรากันเองด้วย เพราะทุกครั้งที่ชีวิตของใครบางคนกลายเป็นกระแส ย่อมมีผู้ชมจำนวนมากรอคอยอยู่เสมอ และหนึ่งในนั้น อาจเป็นเราเอง
เราอาจไม่ได้ทำร้ายใครโดยตรง เราเพียงแค่เปิดหน้าจอดู เพียงแค่แชร์ เพียงแค่รอดูตอนต่อไป
แต่ในโลกของหน้าจอที่เราใช้ชีวิตอยู่ทุกวัน เครื่องจักรที่เรียกว่าอัลกอริทึมนี้ไม่ได้เดินด้วยตัวเอง มันต้องการสายตา ต้องการอารมณ์ และต้องการการมีส่วนร่วมของผู้ชม ยิ่งมากยิ่งดี ยิ่งถี่ยิ่งชอบ
บางทีสิ่งที่ทำให้อัลกอริทึมนี้เดินต่อไป อาจไม่ใช่คนที่อยู่บนเวทีเพียงคนเดียว หากรวมถึงพวกเราที่นั่งดูอยู่หน้าเวทีมาตลอดนั่นแหละ
พวกเรานั่นแหละที่บอกว่าเรื่องนี้มันเลอะเทอะขนาดไหน พวกเรานั่นแหละที่บอกว่าสังคมเปลี่ยนไปแล้ว พวกเรานั่นแหละที่วิพากษ์วิจารณ์ทุกอย่าง ก่อนจะเลื่อนนิ้วไปเสิร์ชหาเรื่องเลอะเทอะถัดไป
พวกเรานั่นแหละที่หมั่นกดไลก์ กดแชร์
ช่วยต่ออายุให้มันเดินทางต่อ
และรอดูตอนต่อไป
รอดูตัวละครต่อไป
วนลูป เหมือนเดิม
//............................
หมายเหตุ : ข้ามคืนบนเวทีไวรัล vs ค่อนชีวิตบนเวทีฝึกซ้อมแข่งขัน : คอลัมน์ “เสียงโลก เสียงเรา” โดย อานันท์ นาคคง : บางกอกไลฟ์นิวส์
//...........................
อ่านบทความเกี่ยวข้อง "คอลัมน์ เสียงโลก เสียงเรา"
- เมื่อมูราคามิไปเที่ยวงานวัด : อานันท์ นาคคง
- จาก “ทนายปีศาจ” สู่ “คนดนตรีไทยปีศาจ” (อย่าเพิ่งตัดสินจากชื่อบทความ) : อานันท์ นาคคง
- 'เพลงศักดิ์ศรี หมอลำ 15 มิติ' เมื่อสารคดีบรรเลงเรื่องราวของผู้คน : อานันท์ นาคคง
- ไม่ว่าวันวานจะกลับมากี่ครั้ง ชายผู้มีหนามเป็นเรือนกายและดอกไม้เป็นมงกุฎ ก็ยังไม่ยอมตาย : อานันท์ นาคคง
- The Furious ระบำนักรบ ดนตรีแจ๊ส ปี่พาทย์ไม้แข็ง ในหนังบู๊พหุวัฒนธรรมเอเชีย จากตาและหูของนักมานุษยวิทยาดนตรีคนหนึ่ง : อานันท์ นาคคง