260805story

เรื่องสั้น : 89 : กิตตินันต์ สวัสดี

 

          1

          หน้าตาของระเบียงเมฆ ดูเคร่งเครียดขึ้นมาในบัดดล ขณะที่หมอที่รักษาภรรยาของเขาอยู่บอกว่า “อีกสามเดือนนะ คงไม่เกินสามเดือน” “ก็จะไม่ทำคีโมแล้วเพราะร่างกายรับไม่ไหว คงต้องรักษาแบบประคับประคองไป ให้ได้ก็แค่มอร์ฟีนแก้ปวดเท่านั้น”

          ขณะที่หมอพูด สายตาของเขามองไปบนท้องฟ้าใส วันนี้ฟ้าเปิด ไม่มีก้อนเมฆเลย น่าจะเป็นวันที่ดี แต่สิ่งที่หมอเพิ่งแจ้งมามันทำให้ฟ้าปิด และปกคลุมด้วยเมฆทึมทะมึนหน่วงหนักทันที รอเวลาฝนโปรยปราย ฝนที่ไม่ได้อยู่บนท้องฟ้า แต่เอ่อท้นล้นดวงตาแดงก่ำของเขาแล้วตอนนี้ เขาเปลี่ยนมาเพ่งมองพื้น สบตากับพื้นแทนสบตากับคน ไม่อยากให้ใครเห็นความสิ้นหวังในแววตา เม็ดฝนจากตาร่วงเผาะลงพื้น เขาต้องเข้มแข็ง เขาต้องเข้มแข็ง เขาพร่ำบอกตัวเองอยู่อย่างนั้น หมอเดินจากไปแล้ว แต่คำพูดเมื่อครู่ยังดังก้องสะท้อนไปมาในหูไม่หยุดสักที

          ระบายรุ้งอายุ 51 ปี เป็นภรรยาของระเบียงเมฆ เธอป่วยเป็นมะเร็งเต้านมระยะสุดท้ายเชื้อร้ายมันกระจายไปที่น้ำเหลือง เลือด กระดูก และปอดที่โดนกินไปกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา

 

          ระยะสุดท้าย 89 วันที่เหลือต้องมีคุณค่าและความหมายที่สุด เขาเปลี่ยนห้องเก็บของให้กลายเป็นห้องของภรรยาโดยเฉพาะ ติดแอร์ ติดเครื่องกรองอากาศ มีพัดลมไอน้ำด้วย ถ้าวันไหนร้อนจัดจนแอร์เอาไม่อยู่ แต่วันที่ดวงอาทิตย์ไม่ใจร้ายเกินไป ก็เปิดแค่พัดลมไอน้ำก็พอ เธอต้องจิบน้ำทุกสิบนาที และกินมอร์ฟีนแบบเม็ด สี่เม็ดต่อหนึ่งวัน ถ้าวันไหนปวดเกินต้าน ก็ทานได้อีกเม็ดสองเม็ด ระเบียงเมฆคิดถ้าเขาเจ็บปวดแทนเธอได้ก็คงดี

          7,689,600 วินาทีดูเยอะ แต่มันเป็นเวลาแค่ 89 วัน เวลาที่เหลืออยู่บนโลกใบนี้ของระบายรุ้ง ไม่นานเธอจะกลายเป็นรุ้งงามวาดอยู่บนฟ้าเหมือนชื่อเธอแล้ว แต่เขายังทำใจไม่ได้เลย มันเร็วเกินไป เกินที่หัวใจจะปรับทัน

 

          2

          89 วันเป็นเวลาที่ดาวพุธโคจรรอบดวงอาทิตย์หนึ่งรอบ คือระยะตั้งครรภ์ของเสือดาว คือระยะจากไข่กลายเป็นตัวเต็มวัยของแมลงบางชนิด คือเวลาที่ วีซ่าท่องเที่ยวอนุมัติให้อยู่ในประเทศนั้น ๆ วันที่ 89 จึงเป็น “วันสุดท้าย” ก่อนที่จะเดินทางจากไป

          เขาอยากต่อวีซ่าให้เธอได้มีชีวิตอยู่ต่อบนโลกนี้ให้นานขึ้น ให้จนถึงลูกชายสองคนวัยสิบเอ็ดขวบกับเก้าขวบรับปริญญา หรือถ้ายาวไปถึงลูกแต่งงานได้ยิ่งดี อยากให้เป็นวีซ่าตลอดชีวิตให้เธอและเขาอยู่ดูแลกันจนลมหายใจสุดท้าย แต่มันก็เป็นแค่ก้อนความคิดที่แวบเดียวก็สลายไป ให้เห็นว่าความจริงว่างเปล่าเพียงใด

 

          3

          ระเบียงเมฆฝันถึงระบายรุ้งห้าคืนติด

 

          คืนแรกฝันว่าเขาและเธอยืนอยู่ริมทะเล มีดวงอาทิตย์สองดวงสีส้มกับสีม่วง ฟ้าเป็นสีฟ้า น้ำทะเลสีเขียว หาดทรายสีชมพู เธอหันหน้ามาทางประตูของบังกะโลสีขาว ซึ่งมันย้อนแสง เขาขอให้เธอหันหน้าเข้าหาแสง แล้วก็บอกให้ยิ้มเยอะ ๆ เพราะเธอชอบทำหน้าเครียด ติดจากที่โรงเรียนมา ความเป็นครูสิงอยู่ในทุกดีเอ็นเอ “ยิ้มอีกนิด อีกนิด อีกนิดสิ” จนเขาพอใจแล้วจึงกดบันทึกภาพบนจอมือถือ แต่พอคลิกเข้าไปดูที่แกลลอรีเห็นเป็นภาพเธอไร้ดวงตาทั้งสองข้าง โดยลูกตาข้างซ้ายถูกคาบอยู่ในปากนกนางนวลเพศเมีย ส่วนลูกตาขวาอยู่คาปากของนกนางนวลเพศผู้ ซึ่งเกาะนิ่งอยู่ที่ไหล่เธอทั้งสองข้าง รอยยิ้มเป็นแบบที่เห็นแล้วต้องขนลุก แล้วเขาก็ตกใจตื่น

            ฝันกำลังจะบอกอะไรเรา เขาเฝ้าคิดขณะเช็ดตัวให้เธอ แล้วมองเข้าไปในดวงตาคู่นั้น เธอมองเขากลับ ความหวั่นวิตก การพรากจาก และกลัวเดียวดาย มันหลบซ่อนไม่มิดในแววตาคู่นั้น เขาส่งพลังความรักผ่านแววตา เธอจึงยิ้มและหลับตาลงได้

           

          คืนที่สอง เขากับเธอในวัยประถมสามที่เพิ่งรู้จักกัน โดยเขาเดินผ่านประตูห้องสอบเข้ามาโดยไม่มีดินสอดำ ท่าทางลุกลี้ลุกลนและเป็นกังวลของเขาทำให้เธอเปิดเอาดินสอดำอีกแท่งจากกล่องดินสอให้เขา นั่นคือการเริ่มต้นของการรู้จักกัน ถึงเขาจะสอบตก แต่เขาสอบผ่านเข้าไปนั่งในหัวใจเธอได้ เพราะท่าทางซื่อ ๆ จนถึงเซ่อ ของเขานั่นเอง มันทำให้เธอยิ้มได้ จากที่ยิ้มยากเสมอมา

          เขาจับมือเธอมือคู่นี้ที่คอยช่วยเหลือเจือจุนเขามาตลอด และเขาก็ส่งความอบอุ่นผ่านจากมือเขาเข้าไปในมือเธอ เธอกำมือเขาแน่น ไม่อยากปล่อย กลัวว่าปล่อยแล้วจะไม่ได้จับกันอีก เป็นอีกวันที่ผ่านไปอย่างยากลำบาก แต่มันก็ผ่านไป

 

คืนที่สาม

          เขาแทบไม่ได้นอนเลย เพราะภรรยาสุดที่รัก ร้องขอดื่มน้ำทุกสิบนาที จนเธอสำลักน้ำ ในฝันช่วงสั้น เขาและเธออยู่ในชุดวิวาห์ แต่เป็นวิวาห์ใต้น้ำ มองไปเบื้องบน เห็นผิวน้ำอยู่ไม่ไกล แสงทองส่องลงมา ภาพประตูเรือสีน้ำเงินห้องคนขับเปิดอยู่ แต่ไม่รู้คนขับไปไหน ปล่อยให้ปลาหมึกยักษ์หนวดยาวใหญ่ขึ้นไปขับแทน และเร่งเครื่องเดินเรือหนีเขาทั้งสองคน ถูกปล่อยทิ้งไว้ให้สำลักน้ำทะเล และกลายเป็นอาหารของปลาฉลาม

          วันนี้เขาง่วงงุนทั้งวันเนื่องจากการหลับ ๆ ตื่น ๆ เมื่อคืนนี้ แต่ถึงจะง่วงเกินไป แต่เมื่อลืมตาตื่นแล้วยังมีเธออยู่ในชีวิตแค่นี้มันก็วิเศษแล้ว

 

คืนที่สี่

          ภาพภรรยาวิ่งเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์ส่วนเขานอนอยู่บนเตียงแทนด้วยความเจ็บปวดทรมาน จากเข็มหมุดนับล้านล้านเล่มทิ่มไปทุกตารางมิลลิเมตรของผิว ไม่เว้นดวงตา ลิ้น และไส้ติ่ง ยิ่งภรรยาเห็นเขาเจ็บเธอยิ่งเป็นสุข วิ่งเข้าไปในบ้านหลังงามประตูสีเหลืองสด ก่อนจะคว้าขวาน มาสับข้อเท้าทั้งสองข้าง ข้อมือทั้งสองข้าง และบั่นคอในที่สุด เลือดกระฉูดเปลี่ยนทุ่งลาเวนเดอร์จากสีม่วงให้กลายเป็นสีแดงสยดสยอง

            เขาตกใจตื่นเอามือคลำไปที่คอ อ้อ ยังอยู่ ฝันประหลาดแท้ แต่มันก็แค่ฝัน อย่างน้อยในฝันเขาก็เป็นฝ่ายเจ็บแทนเธอ นั่นคือข้อดี

 

คืนที่ห้า

          เขาและเธอเดินอยู่บนสลิงที่ขึงระหว่างตึกนับร้อยชั้นสองตึก เธอเดินนำ เขาเดินตาม เผลอมองลงไปเห็นรถคันจิ๋ว คนตัวเท่ามด ถ้าตกลงไปเละไม่มีชิ้นดี จู่ ๆ เขาก็ผลักเธอตกลงไป แล้วเขาก็กระโดดตามไป ร่างเธอแหลกคาพื้นส่วนเขาไม่เป็นไร ในมือกำลูกตาสองลูกที่หลุดมาจากเบ้าตาเธอ เขาเหลือบไปเห็นเธออีกคน ที่ฟื้นจากความตายเดินใส่ชุดเดรสสีแดง ออกมาจากประตูสีชมพู แล้วเอื้อมมือคว้าเขาให้ลุกขึ้นมาจากพื้นที่เจิ่งนอนไปด้วยเลือดสด ๆ

          เขาพินิจพิจารณาว่าความฝันมันมีนัยยะอะไรซ่อนอยู่ ทุกฝันเขาจะเห็นประตูต่าง ๆ กัน หรือแท้จริงแล้ว ประตูคือทางเชื่อมโลกจริงกับโลกคู่ขนาน ซึ่งก็คือโลกในความฝัน ถ้าเขาพาเธอที่ปกติดีเข้ามาอยู่ในโลกจริง และย้ายเธอที่ป่วยใกล้ตายให้ไปอยู่ในโลกคู่ขนานแทน ก็เท่ากับเขาจะยังมีเธออยู่ในชีวิตไปอีกยาวนาน ตราบจนแก่เฒ่าก็ได้

          แต่เขาจะไปหาประตูเหล่านั้นได้จากที่ไหนในโลกจริง แต่ละบานไม่เหมือนกันเลย หรือต่อให้เหมือนกันก็ใช่ว่าจะหาเจอ

 

          ประตูบังกะโลสีขาว

          ประตูห้องสอบสีน้ำตาล

          ประตูเรือสีน้ำเงิน

          ประตูบ้านสีเหลือง

          ประตูสุดท้ายสีชมพู

 

          ความฝันมักจะเป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับเรา แล้วเราจำฝังใจ ไม่ก็เป็นการปลดปล่อยพลังงาน คือทำในสิ่งที่โลกจริงทำไม่ได้

          ถ้าเช่นนั้นถ้าเริ่มจากสิ่งที่คุ้ยเคยหรือทำมาก่อน ก็น่าจะเป็นประตูห้องสอบ เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ระเบียงเมฆจำฝังใจไม่ลืมเลย

          กลับไปที่โรงเรียนที่เคยเรียนในชั้นประถมโรงเรียนแสงวิทยา ไปที่ห้อง ป.3/4 ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของทั้งคู่ไปไม่เกินหนึ่งกิโลเมตร

          แต่เมื่อไปถึงก็พบว่ากลายเป็นโรงเรียนร้างแล้ว ปิดตัวไปตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ เดี๋ยวนี้ผู้ปกครองมักพาลูกไปเรียนโรงเรียนประจำจังหวัด หรือโรงเรียนที่ขึ้นชื่อในเรื่องติวเด็กจนติดม.1 มากที่สุดเป็นสำคัญ โรงเรียนเล็กๆ เลยไม่มีที่ยืน ประตูบานนั้นก็ไม่รู้หายไปไหนแล้ว คงเหลือเพียงเศษซากของอดีต ให้หวนระลึกถึงเท่านั้นเอง

          เริ่มต้นก็ยากซะแล้ว แต่เดี๋ยวถ้านึกดี ๆ ประตูทั้งห้ามีสิ่งที่เหมือนกันคือลูกบิดสีเงิน ถ้าเราไปหาประตูลูกบิดสีเงินก็คงมีเป็นหมื่น ๆ ประตู แล้วถ้าเราจำลองเหตุการณ์ในฝันขึ้นมาล่ะ มันจะเป็นไปได้มั้ย

          ระหว่างที่ระเบียงเมฆตามหาประตูสู่โลกคู่ขนานนั้น เขาก็คอยโทรรายงานระบายรุ้งแทบจะทุกสเต็ป เสียงของเธอสั่นเครือเหมือนหายใจไม่ทัน เหนื่อยเกินไปที่จะพูด เวลา 89 วัน เหลือเพียง 83 วันเท่านั้น จะทันไหม เราต้องวิ่งให้เร็วกว่าความตาย

 

          4

          ถ้าระเบียงเมฆตาไม่ฝาด เขาเห็นระบายรุ้งที่อยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ถือขวานไปทั่วโรงพยาบาลขณะที่ระบายรุ้งที่ป่วยนอนให้หมอทำซีทีสแกนในห้อง เธออยู่ในชุดเดรสเหลืองสด มีเลือดกระเซ็นรอบตัว นั่นคงเป็นเลือดเขา ถือขวานเหวี่ยงไปมา จนเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลต้องล้อมจับตัวเธอ เพื่อส่งไปตึกจิตเวช

          “คุณออกมาจากทางไหน”

          “คุณจำผมได้มั้ย”

          “แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่”

          ผมอัดคำถามใส่ไม่ยั้ง แต่คำตอบของเธอทำให้เขาต้องอึ้ง

          “ฉันฝันเห็นว่าตัวฉันป่วยนอนป่วยอยู่บนเตียงในห้องอะไรสักห้อง ใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ ฉันคิดว่าฉันต้องมาดูเธอ มาเยี่ยมเธอนั่นแหละ ฉันเดินออกจากประตูสีเหลือง มันก็มาโผล่ที่นี่เลย ฉันเองก็งง ๆ เหมือนกัน”

 

          ระหว่างบทสนทนาของคนทั้งคู่ มีเสียงโวยวายมาจากข้างนอก เห็นผู้หญิงใส่ชุดสีเงินแนบเนื้อ เลือดท่วมกาย ที่สำคัญตาสองข้างของเธอหลุดจากเบ้า เธอใช้มือทั้งสองข้างจับมัน ระเบียงเมฆจำได้ทันทีว่าเป็นระบายรุ้งที่ตกจากลวดสลิง อันที่จริงคือเขาเป็นคนผลัก เธอเอง ร่างกายแหลกเละ เลือดโชกแบบนี้แหละ เจ้าหน้าที่ก็วิ่งไล่จับ นี่มันอะไรกัน ระบายรุ้งถึงสองคนในฝันโผล่มา พอเธอคนที่ลูกตาในอยู่ในเบ้าโดนจับได้ ก็ถูกหามไปยังห้องดับจิตทันที เขาไม่รีรอที่จะตามเข้าไป

            “คุณมาจากไหน”

          “มาทำอะไร”

          “คุณคือระบายรุ้งใช่มั้ย”

          เขาถามรัว ๆ เธอให้เขาช่วยถือลูกตาทั้งสองข้างให้หน่อยเพราะเมื่อยแขน

          “ฉันฝันเห็นตัวฉันอีกคนนอนป่วยอยู่ในห้อง ๆ หนึ่ง เธอดูไม่ดีเอาเสียเลย ฉันจึงจะมาช่วยเธอ” “ฉันหอบสังขารออกจากประตูสีชมพู แล้วก็มาโผล่ในห้องดับจิตนี่แหละ” คำตอบเดียวกับระบายรุ้งที่มาจากทุ่งลาเวนเดอร์เลย พวกเธอมาเพื่อช่วยระบายรุ้งที่ป่วยในระยะสุดท้าย อย่างนี้ผมก็มีหวัง ระบายรุ้งก็มีหวังขึ้นมาแล้วสิ

          ตอนนี้ทางเลือกมีสอง ระบายรุ้งทั้งคู่ยินดีจะอยู่โลกนี้ แล้วให้ระบายรุ้งที่ป่วยไปอยู่โลกคู่ขนาน เขาต้องเลือกดีๆ ว่ายินดีกับการอยู่กับระบายรุ้งคนไหน

          คนลูกตาหลุดจากเบ้าไม่เอาแน่ เขาเลือกที่จะอยู่กับคนถือขวาน

 

          5

          ในห้องเล็ก ๆ ที่ภรรยาใช้นอนกลายเป็นเขานอน และระบายรุ้งคนใหม่ ค่อย ๆ จิ้มเข็มหมุดไปที่หลังเท้าเขาทีละอัน ทีละอัน อย่างเย็นใจ เมื่อเขาปวดเธอก็จะให้กินมอร์ฟีนเม็ดซึ่งเธอมีอยู่อย่างเหลือเฟือ เวลา 89 วันกลายเป็นนิรันดร์ทันที

          อาจกล่าวได้ว่า ความสุขที่สุดของคนเป็นสามีคือเห็นภรรยามีความสุข

          ทุกข์ทั้งมวลเหลือเพียงอะตอม.

 

 ...........................................................

 

Link ที่เกี่ยวข้อง   

 

               “บางกอกไลฟ์นิวส์” เปิดรับ “เรื่องสั้น” และ “บทกวี 

 

               วรรณกรรมออนไลน์