เรื่องสั้น : เบลนด์กาแฟ : ฉมังฉาย
เรื่องสั้น : เบลนด์กาแฟ : ฉมังฉาย
หากเป็นสมัยก่อนการเรียนการชงกาแฟนั้น ต้องหาเรียนตามหน่วยงานหรือสถาบันต่าง ๆ สถานเดียว แต่ทว่าปัจจุบันนี้มีช่องทางมากมาย โดยเฉพาะยูทูปเราจะพบการสอนทำอาหาร ทำขนม และอื่น ๆ อีกหลายประเภทและการชงกาแฟผมก็เรียนกับยูทูปเปอร์คนหนึ่ง ใช้เวลาเรียนไม่ถึงสามชั่วโมงก็จบคอร์สการเป็นบาริสต้าเบื้องต้นแล้ว การสอนเป็นไปอย่างละเอียดลออ ไม่มีการกั๊กหรือขยักเนื้อหาแต่อย่างใดเลย จนรู้สึกประทับในตัวผู้สอนอย่างยิ่งยวด ตอนแรกก็ให้ความรู้เรื่องสายพันธุ์กาแฟ ต่อมาก็การเก็บ การคั่ว รวมถึงรสชาติกาแฟแต่ละสายพันธุ์ อีกทั้งการเบลนด์กาแฟ แน่นอนว่าเขาก็สอนเรื่องการบดกับการชงกาแฟอย่างไรให้ได้เพอร์เฟ็คช็อต และสุดท้ายก็สอนการชงเมนูร้อนและเย็นร่วมยี่สิบเมนู ซึ่งสามารถเปิดร้านกาแฟได้อย่างสบาย ๆ ผมตัดสินใจซื้อเครื่องชงและเครื่องบดยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งได้รับการรับรองจากผู้สอน ราคาชุดเปิดร้านนี้ไม่แพงจนไม่สามารถจะจับจ่ายได้ ส่วนคุณสมบัตินั้นดีเลิศเหมาะกับร้านขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สำหรับอุปกรณ์อื่น ๆ ไม่ว่าถ้วยตวง พีชเชอร์ กระป๋องตีฟองนมเย็น ฯลฯ ผมหาซื้อจากลาซาด้าจนครบถ้วน รายการต่อไปคือเมล็ดกาแฟสด เมล็ดกาแฟนี้ผมยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะใช้ยี่ห้ออะไร หากสั่งผ่านออนไลน์ก็สะดวกมาก ๆ แต่เราก็จะไม่เห็นของจริง ผมชะลอเรื่องนี้ไปสี่ห้าวัน แล้วในที่สุดฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเพื่อนผมคนหนึ่งเคยเป็นครูอยู่ที่ดอยวาวี ชาวบ้านที่นั่นปลูกทั้งชาและกาแฟ ดังนั้นเขาย่อมรู้แหล่งการซื้อกาแฟอย่างดีแน่นอน “เอาสิพี่ แต่ผมจะคุยกับเพื่อนให้นะ พอดีว่าบ้านเขาก็ปลูกกาแฟอยู่”เพื่อนผมรับปากทางโทรศัพท์เป็นมั่นเป็นเหมาะ แต่ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ข่าวกาแฟจากปากเขาก็ไม่เคยเข้าถึงหูของผม ผมไม่อยากเร่งรัดหรือกดดันเขา เพราะทราบว่าเขายุ่งอยู่กับการสอนการจัดระบบโรงเรียนเพราะมีตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการโรงเรียน ผมจึงตัดสินใจจะไปหาซื้อที่ห้างขายส่งขนาดใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่
ร้านกาแฟที่จะเปิดผมสร้างขึ้นที่หน้าบ้าน ทำง่าย ๆ ปลูกสไตล์ลอฟท์หลังเล็ก ๆ ถนนหน้าบ้านของผมเป็นเส้นทางขึ้นไปยังอ่างเก็บน้ำประจำตำบลและภูเขาลูกหนึ่ง ซึ่งภูเขาลูกนี้เป็นที่นิยมในการเดินป่า วันหยุดนักขัตฤกษ์หรือเสาร์อาทิตย์จะมีนักท่องเที่ยวไม่ว่าไทยหรือเทศ โดยเฉพาะเทศมากมายนักมาเพื่อการนั้น
ร้านกาแฟสร้างเสร็จแล้ว ตกแต่งเสร็จแล้วด้วย แต่ผมยังไม่ได้เร่งรีบเปิด กะว่าอีกสักหนึ่งเดือนข้างหน้าจะเปิด และก่อนจะเปิดร้านได้สักสองสัปดาห์ หลานชายกับหลานสะใภ้ก็เดินทางจากภูเก็ตมาเที่ยวเชียงใหม่ ทั้งคู่มาพักอยู่กับผมหนึ่งคืน หลานชายเป็นนักดื่มกาแฟตัวยง เสียดายมาก ๆ ที่ผมไม่สามารถชงกาแฟให้เขาดื่มได้ เนื่องจากว่ายังไม่มีเมล็ดกาแฟเลย “คราวหน้าพวกเธอได้ลองชิมกาแฟของอาแน่นอน” ผมให้คำมั่นสัญญากับพวกเขา หลังจากหลานชายกับหลานสะใภ้กลับไปได้สักสองวันผมก็ไปที่ห้างขายส่งขนาดใหญ่แห่งนั้น ยามสาย ๆ คนไม่มากนัก แต่ด้วยว่าห้างใหญ่โตเอามาก ๆ ผมจึงไม่อยากเสียเวลาเดินหา ผมถามกับพนักงานคนหนึ่ง ซึ่งอยู่ใกล้ตัวที่สุด “อ้อ เมล็ดกาแฟสดหรือคะ ตรงช่องสิบห้าค่ะ” พูดด้วยน้ำเสียงนอบน้อมพลางผายมือด้วยความสุภาพพลางผมเดินไปตามที่หล่อนบอก ซึ่งหาไม่ยากเลย แต่ที่ยากเย็นเข็ญใจยิ่งนัก นั่นคือผมจะเลือกยี่ห้ออะไรดี “...” ผมพึมพำชื่อญี่ปุ่นเมื่อเห็นมันวางอยู่เต็มชั้น ยี่ห้อนี้เป็นของเก่าแก่ ผมเคยได้ยินชื่อเสียง แต่ราคาของมันก็ไม่ใช่ว่าจะถูก ๆ นะเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่น ซึ่งผมไล่สายตามมอง ยอมรับว่าสับสนพอประมาณ แม้ว่าจะได้ไตร่ตรองมาดีพอสมควรแล้วระดับหนึ่ง และกำลังจะลุกขึ้นจากตรงนั้นเพื่อไปเข้าห้องน้ำ เหลือบไปเห็นอีกยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งซุกตัวอยู่ในมุมหนึ่งของชั้นวางสินค้า ยี่ห้อนี้เป็นของคนไทย เป็นกาแฟจากเมืองน่าน ผมหยิบมันขึ้นมาจากชั้นวางสินค้า ไม่น่าเชื่อเลยว่ากลิ่นที่ซึมออกมากจากข้างในถุง ช่างหอมจริง ๆ หอมชนิดว่าผมร้องบอกแก่ตัวเองว่า เอายี่ห้อนี้แหละว่ะ มันเหมือนสวรรค์มาโปรดแท้ ๆ มาชี้ทางระหว่างที่สับสนเกือบหมดหนทางแท้ ๆ แต่ปัญหามีอยู่ว่าผมจะเลือกกาแฟอย่างใดดี ระหว่างอาราบิก้าร้อยเปอร์เซ็นต์ กับเอสเปรสโซ่ ซึ่งมีกาแฟสองสายพันธุ์ผสมกัน คืออราบิก้าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์กับโรบัสต้าสามสิบเปอร์เซ็นต์ ผมเบรกตัวเองโดยไปเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตาเรียกความสดชื่นกลับคืนมา แล้วก็ย้อนมานั่งยอง ๆ หน้าชั้นวางกาแฟใหม่ แต่ครั้งนี้ตัดสินใจไม่ยากแล้ว ผมคว้ากาแฟสด“เอสเปรสโซ่”มาหนึ่งถุง ก็ของเมืองน่านนั่นแหละ ผมขับรถกลับบ้านด้วยความหัวใจพองโต ได้เมล็ดกาแฟสดแล้ว จะต้องไปฝึกชงเมนูต่าง ๆ ให้ชำนิชำนาญ ออกจากห้างโมเดิร์นเทรดแห่งนั้นมาได้ไม่มากนัก ก็สวนกับรถหาเสียงของพรรคใหญ่พรรคหนึ่งเข้า ไม่กี่วันข้างหน้าจะมีการเลือกตั้งซ่อมสส.เขตหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ บนรถแห่มีผู้สมัครยืนยกมือปลก ๆ และข้าง ๆ นั้นเป็นสส.บัญชีรายชื่อคนหนึ่ง ซึ่งกำลังร้องลิเกแนะนำผู้สมัครอยู่ “ยกมือกราบแทบตักพ่อแม่พี่น้อง ผู้สมัครฯไทยทองออกมาโชว์ เป็นคนรุ่นใหม่ไม่ได้คุยโม้ หน้าตาไม่โก้แต่เก่งงาน...” บ้านผมอยู่เขตอื่น ดังนั้นไม่มีส่วนได้เสียกับการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ แต่ก็พูดตรง ๆ ว่าผู้สมัครนั้นผมไม่รู้จักเขา แต่คนที่กำลังร้องกลอนลิเกอยู่นั้นรู้จักดี เขาเป็นคนเดือนตุลา ทว่าผมไม่ได้เรียกเขาด้วยชื่อนี้มานานแล้ว ทุกวันนี้ทุกครั้งที่พูดถึงเขาก็จะเรียกว่า สส.ลิเก๊ลิเก ใครจะว่าผมเหยียดหยามดูแคลนหรือบูลลี่เขาก็ตาม จริง ผมก็ยอมรับตามนั้น
และแล้ววันเปิดร้านก็มาถึง สามสี่วันแรกยังไม่มีใครสั่งกาแฟสักแก้ว ผมนั่งจับเจ่าอยู่กับเคาน์เตอร์ด้วยหัวใจโหยหา ก็โหยหาลูกค้านั่นแหละ เมื่อว่างจัดก็ชงกาแฟสามสี่เมนูแจกจ่ายเพื่อนฝูงและเพื่อนบ้านเล่น ๆ เป็นการฝึกฝนตนอย่างหนึ่งและยังฝึกตีฟองนมร้อนด้วย ซึ่งเป็นเรื่องค่อนข้างยากเย็น แต่ถึงอย่างไรก็ไม่เกินความพยายามของผม เพียงไม่ถึงเดือนของการเปิดร้าน ลูกค้าก็มีมาอุดหนุนพอสมควร เป็นคนในละแวกร้านบ้าง เป็นนักท่องเที่ยวบ้าง และส่วนใหญ่ก็พึงพอใจรสชาติกาแฟสดของผมอยู่นะ แต่หลายคนก็เอ่ยปากติว่าขมมากไปนิด ซึ่งจริง ๆ แล้วรสชาติขมนี้เป็นความขมที่มีเสน่ห์ เมื่อพิจารณาคำติชมของลูกค้าอย่างใจเป็นธรรมแล้ว ผมเองก็ใช่ว่าจะพึงพอใจรสชาติกาแฟของร้านตัวเองมากนักหรอก โอเค ในระดับหนึ่งผมก็มีความชื่นชอบอยู่ แต่ถามว่าหากสามารถพัฒนารสชาติกาแฟสดให้มันดียิ่งขึ้นไปได้อีก มีหรือที่ผมจะไม่ทำ และยิ่งถ้าการพัฒนานั้นเป็นการพัฒนาที่ให้ก่อเกิดรสชาติกาแฟเฉพาะตนเฉพาะร้านขึ้นละก็อันนี้สมควรเป็นอย่างยิ่ง แต่ปัญหามีอยู่ว่าผมจะเบลนด์กาแฟอย่างไรให้ได้ผลอย่างที่ตั้งใจไว้
หลานชายเป็นสถาปนิกชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ เพียงไม่ถึงสามเดือนเขาก็เดินทางมาสู่จังหวัดเชียงใหม่อีกครั้ง หนนี้อาจแตกต่างจากหนที่แล้วนิดหนึ่งตรงที่ว่าเขาเดินทางมากับหัวหน้า เพื่อมาชมสถาปัตยกรรมของวัดแห่งหนึ่งในอำเภอแม่วาง ว่ากันว่าเป็นวัดที่สวยงามมาก ๆ เป็นศิลปะล้านนาโบราณและเมื่อเสร็จภารกิจไปชมวัด เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานแล้ว เขาก็ปลีกตัวมาหาผมที่บ้าน“ผมเอากาแฟมาฝากครับ” เขายื่นถุงเมล็ดกาแฟสดให้ หลังจากนั่งลงบนเก้าอี้ในร้านกาแฟของผม ฉลากบนซองบอกว่าเป็นกาแฟภูเก็ต หลานชายเล่าว่าเพื่อนของเขาที่ออฟฟิศตั้งโรงคั่วกาแฟสดที่ภูเก็ต อันนี้ก็คือแบรนด์ของเขา ผมไม่ลังเลใจจัดการใช้เมล็ดกาแฟสดจากภูเก็ตชงต้อนรับหลานชายหนึ่งถ้วย และตนเองหนึ่งถ้วย ในใจหวังเป็นอย่างยิ่งว่านี่อาจเป็นเมล็ดกาแฟสดที่ผมตามหาอยู่ก็ได้ จะวิเศษสุดเลยถ้าเป็นแบบนั้นจริง“เป็นไงบ้างครับอา”หลานชายถามหลังจากกาแฟจิบแรกผ่านลงคอผม“ก็หอมดีนะ แต่...แต่ มันบอกไม่ถูกนะ” ผมจะหาคำมาอธิบายได้อย่างไรดีว่ารสชาติกาแฟที่ได้รับมันยังขาดอะไรอยู่บ้าง กาแฟสดของโรงคั่วจากภูเก็ตเป็นกาแฟที่ผ่านการเบลนด์มาแล้ว บนฉลากบอกชัดเจนว่ามีเมล็ดสายพันธุ์อาราบิก้าเท่าไร โรบัสต้าเท่าไร
วันเดินทางกลับภูเก็ตผมขับรถเก๋งไปส่งเขาที่สนามบินเชียงใหม่ และเมื่อส่งหลานชายขึ้นเครื่องไปแล้ว ตอนจะออกจากอาคารผู้โดยสารสายตาผมไปสะดุดกับคนคนหนึ่งเข้า แล้วโชคชะตาก็นำพาให้เราได้พูดคุยกัน ชายร่างเล็กสันทัด ซึ่งทราบชื่อในภายหลังว่า“ประสาน”เป็นคนจังหวัดน่าน วันนี้เขากำลังจะบินไปทำธุระที่กรุงเทพฯ ด้วยงานการต่อสู้บางอย่าง ลุงประสานเป็นคนเดือนตุลา ซึ่งผมถือว่าคนพวกนี้เป็นยาหมดอายุไปแล้ว ลุงประสานเป็นคนพูดจาเก่งพอประมาณ สำเนียงของเขายังเป็นสำเนียงของชาวเขาพูดภาษากลาง เขาเล่าเรื่องในป่าครั้งสมัยยังเป็นคอมมิวนิสต์ให้ฟัง ลุงประสานพูดให้ได้แง่คิดเอามาก ๆ เขาว่าเจ้าหน้าที่บ้านเมืองมักจะกล่าวหาอย่างชุ่ย ๆ ตอนยังไม่เข้าป่าก็เรียกพวกเขาว่า“พวกหัวรุนแรง”และเมื่อเข้าไปอยู่ในป่า ไปต่อสู้ร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์ก็จะตราหน้าพวกเขาว่าเป็น“พวกหนักแผ่นดิน”และเมื่อออกมาจากป่าด้วยนโยบาย 66/23 แต่ยังมีวิญญาณการต่อสู้หลงเหลือ โดยไม่ยอมก้มหัวให้กับความอยุติธรรมใด ๆ ก็จะถูกเรียกว่า“พวกหัวแข็ง”ปกครองยาก ความคิดเห็นของผมไม่ว่าจะเรียกอย่างไร พวกเขาก็คือคนที่รบกวนหรือสร้างความระเคืองให้แก่พวกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอยู่ดี ลุงประสานในปัจจุบันนี้ก็ยังต่อสู้กับกรมป่าไม้อยู่ พ่อแม่พี่น้องของเขาที่จังหวัดน่านถูกกรมป่าไม้ประกาศเขตป่าสงวนทับที่ดินทำกินของพวกเขา การต่อสู้มีมาอย่างยาวนานมาก แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จและการเดินทางไปกรุงเทพฯในครั้งนี้ก็ไปเพื่อธุระที่ดินของพวกเขานั่นแหละ ขณะที่นั่งสนทนากันผมเลี้ยงกาแฟสดลุงประสานหนึ่งแก้ว และนี่เองเขาจึงบอกแก่ผมว่าเขาเองก็ทำเมล็ดกาแฟสดขาย และด้วยว่ากลัวผมจะไม่เชื่อเขาก็เปิดเฟซบุ๊กให้ผมดู “เดี๋ยววันหลังลุงจะส่งกาแฟมาให้คุณลองชิมดูนะ”เขาบอก “ดีเลยครับลุง ผมเปิดร้านกาแฟอยู่พอดี ขอบคุณมากครับ”เราแลกเบอร์โทรศัพท์ ไลน์และเฟซบุ๊กกันและเมื่อได้เวลาออกเดินทาง ลุงประสานก็เอ่ยคำลา ลุงประสานในเสื้อเชิ้ตสีทึมๆ กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ และที่เท่สุดเท่คือหมวกเขียวประดับดาวแดงกับเป้สะพายหลังสีน้ำตาลเดินหายไปพร้อมผู้คนสู่เกตขึ้นเครื่องบิน ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์เมล็ดกาแฟสดก็มาถึงบ้านผม ลุงประสานแนบจดหมายน้อยมาด้วย บอกว่าเป็นอาราบิก้าร้อยเปอร์เซ็นต์และคั่วกลาง แน่นอนว่าไม่มีอะไรจะไม่ดีใจเท่ากับการได้เมล็ดกาแฟสดถุงนี้ ผมไม่ลังเลสงสัยจัดการบดมันด้วยระดับสอง ซึ่งเป็นระดับค่อนข้างจะละเอียด การปรับเบอร์เครื่องบดนี้ ผมเคยปรับที่เลขหก และไล่ลงมาเรื่อยจนถึงเลขสาม ปรากฏว่าผงกาแฟที่ได้ก็ยังค่อนข้างหยาบอยู่ดี ไม่สามารถทำเป็นเพอร์เฟ็คช็อตได้ และเมื่อให้ละเอียดถึงระดับสอง ทุกอย่างก็สมบูรณ์แบบ แต่ในความสมบูรณ์แบบนั้นรสชาติยังไม่เป็นที่พอใจสูงสุดของผมเลย นี่เองผมจึงต้องเสาะหาเมล็ดกาแฟเพื่อมาทำการเบลนด์เอง
กาแฟสดของลุงประสานให้ความหอมดีระดับหนึ่งและมีความเปรี้ยวผสมอยู่นิดหนึ่ง ซึ่งผมว่าดีมากทีเดียว สำหรับกาแฟร้อน แต่การชงเมนูเย็นก็อีกเรื่องหนึ่งนะ กาแฟที่ดีเมื่อชงด้วยเมนูเย็นกาแฟนั้นต้องสู้นมได้ดี การสู้นมได้ดีหมายถึงเมื่อเราชิมกาแฟเย็นแล้วเราจะได้รสชาติของนมสดและมีความเป็นกาแฟแหลมแทงขึ้นมา หากแก้วใดรสชาติของกาแฟจมลงไปในนม คือกินแล้วรับรู้แต่รสของนมเป็นส่วนใหญ่ อันนี้ใช้ไม่ได้ ผมลองกาแฟสดของลุงประสานด้วยเมนูลาเต้เย็น เพราะลาเต้คือกาแฟนม เป็นกาแฟที่ใช้นมสดมากกว่าเมนูอื่น ๆ สำหรับผมหากจะทดสอบคุณภาพของเมล็ดกาแฟผมจะเลือกชงด้วยเมนูลาเต้นี้แหละ
เพียงแต่ดูดขึ้นมาเล็กน้อยและปล่อยให้น้ำกาแฟใส่ลงคอ บอกได้เลยว่ากาแฟของลุงประสานใช้ได้เลยที เดียว เหลือเพียงแต่ว่าผมต้องหาเมล็ดกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้ามาผสม เพื่อจะให้ได้ความขมและความหอมกรุ่นมากกว่านี้อีกระดับหนึ่ง ผมทักลุงประสานไปในไลน์ บอกว่าได้รับเมล็ดกาแฟสดแล้ว และกล่าวชมไปด้วยว่ากาแฟของเขาเป็นกาแฟดี และอยากจะสั่งมาใช้ในร้าน แต่การสั่งซื้อจะไม่สั่งทางออนไลน์ ผมต้องการไปซื้อที่โน่นพร้อมกับชมสวนกาแฟของลุงไม่ทราบว่าขัดข้องหรือไม่ ข้อความในไลน์ไม่ได้ถูกอ่านสามวันแล้วและในวันที่สี่ลุงประสานโทรศัพท์มาหาผม “ได้รับกาแฟแล้วยังครับคุณสมรักษ์”ลุงประสานถามด้วยสำเนียงชาวเขาพูดกลางเช่นเคย ผมจึงบอกว่าผมส่งข่าวไปทางไลน์แล้วเมื่อหลายวันก่อนว่าผมได้รับเมล็ดกาแฟแล้ว เขาขอโทษขอโพยผมเป็นการใหญ่ บอกว่าโทรศัพท์เขามีปัญหาอยู่เรื่อยในเรื่องของไลน์ จากนั้นเราสนทนากันอีกประมาณสิบนาที และในสิบนาทีนั้นผมบอกว่าผมต้องการซื้อกาแฟของเขามาใช้ในร้าน แต่การสั่งผมไม่อยากสั่งทางโทรศัพท์หรือออนไลน์ใด ๆ หากลุงอนุญาตผมจะไปเอาที่ไร่กาแฟเลย “เอาสิ ทำไมจะไม่ได้ ลุงยินดีต้อนรับเลยละ มา ๆ จะมาวันไหนบอกลุงมาเลย” ก่อนวางสายลุงบอกว่าจะแชร์โลเคชั่นบ้านที่จังหวัดน่านมาให้ทางไลน์
การเดินทางโดยมีสิรินำทางไม่เป็นเรื่องยุ่งยากอย่างที่หลายคนประสบ บางคนโดนสิริพาหลงทางเข้ารกเข้าพง บางคนโดนอ้อมเสียจนเจ็บใจ แต่สำหรับผมสิริซื่อตรงเอามาก ๆ ลุงประสานยิ้มเฉ่งเมื่อเห็นหน้าผม แววตาและสีหน้าอันเป็นสุขของเจ้าบ้านทำให้แขกอย่างผมก็มีสุขตามไปด้วย ความเมื่อยล้าหรือเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางมลายหายไปสิ้น ลุงประสานบอกว่าน่าเสียดายที่ผมมาถึงช้าไปนิดหนึ่ง เมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้วสส.คมศักดิ์เพิ่งออกไปจากบ้านของเขา ไม่อย่างนั้นเขาจะแนะนำผมให้รู้จักกับสส.ท่านนี้ ซึ่งเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ครั้งอยู่ในป่าด้วยกัน สส.ที่ลุงประสานเอ่ยชื่อมานั้นผมรู้จักดี ก็สส.ลิเก๊ลิเกคนนั้นไงเล่า “นอกจากมาเยี่ยมกันในฐานะเพื่อนแล้ว ไอ้ศักดิ์มันเป็นกรรมาธิการอะไรสักอย่างหนึ่ง มันอยากมาดูการทำกาแฟของคนแถวนี้ด้วย มันว่าเผื่อจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง”
ผมไม่ได้คุยเรื่องสส.ลิเก๊ลิเกต่อ พอพักหายเหนื่อยแล้วลุงประสานก็ชวนผมไปดูสวนกาแฟของเขา ลุงประสานนำรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อออกจากโรงจอด ขับพาผมไปตามถนนดำพักใหญ่ก่อนจะเลี้ยวเข้าสู่ถนนดินลูกรังที่มุ่งหน้าไปสู่ทิวภูเขาน้อย ๆ ทิวหนึ่ง ก่อนเข้าไปในสวน ตรงซุ้มประตูมีป้ายไม้เขียนอักษร “ไร่กาแฟสหายประสาน”แขวนอยู่ ป้ายไหวน้อย ๆ เพราะแรงลม คำว่าสหายปลุกความรู้สึกของผม ชวนให้ขนลุกซู่ ลุงประสานลงจากรถไปเปิดประตูสวน จากนั้นเขาก็ขับรถพาผมลอดซุ้มประตูเข้าไป สวนของลุงประสานมีเนื้อที่สิบไร่ ร่มรื่นมาก ๆ ต้นไม้ใหญ่ขึ้นกระจายไปตามที่ลาดภูเขา ส่วนต้นกาแฟนั้นยืนเรียงรายไปทั่วบริเวณ แต่แค่ห้าไร่เอง ตอนที่ผมไปถึงเมล็ดกาแฟยังไม่สุก ลุงประสานบอกว่ามันจะสุกประมาณเดือนพฤศจิกายน และจะเริ่มเก็บเกี่ยวได้ราวต้นปีหน้า คือกุมภาพันธ์และมีนาคม “ถัดจากของลุงไปฝั่งโน้น” ผมมองตามนิ้วของลุงประสาน “แถบนั้นทั้งแถบเป็นที่ดินมีข้อพิพาท ป่าไม้หาว่าพวกเขารุกป่าสงวน ทั้งที่พวกเขาอยู่กันมาก่อนทำมาหากินกันมาก่อนตั้งแต่ครั้งสมัยปู่ย่าตายายของพวกเขาโน้นแหละ หลายปีแล้วนะที่ต่อสู้หรือคัดค้านเรื่องนี้ แต่ยังไม่ชนะเลย คาราคาซังจนแทบอ่อนใจ”
ก่อนออกจากสวนกาแฟผมได้พบกับเพื่อนของลุงคนหนึ่ง เป็นเจ้าของสวนกาแฟเช่นกัน สวนของเขาอยู่ถัดออกไปจากที่ดินของลุงอีกสองแปลง เราได้มีโอกาสพูดคุยกัน และเขาก็ชมลุงประสานให้ผมฟังว่า “พวกที่นี่หากไม่ได้ไอ้สานมันนะ ถูกหลวงยึดที่ดินไปเสร็จสรรพหมดแล้วละ พวกเฮาจึงเป็นหนี้บุญคุณไอ้สานกันทั้งนั้น คนคนนี้มันสุดยอดจริงๆ” เพื่อนลุงประสานยิ้ม “ฮาก็อยากให้มันจบๆ ตอนฮายังมีชีวิตอยู่ แก่มากขึ้นทุกวันแล้ว” ลุงประสานเปรยคล้ายคนท้อ ทว่าผมดูแล้วไม่ท้อแท้หรือสิ้นหวังแต่ประการใด
“ไม่เป็นไร ถ้าคิงตายเดี๋ยวก็มีคนสานต่ออยู่แล้ว ส่วนคิงจบจากนี้ก็ไปสู้ที่เมืองผีต่อ คนอย่างคิงไม่ว่าที่ไหน ถ้ามีความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นคิงไม่ยอมอยู่แล้ว” บทสนทนานี้ทำให้ผมมีความรู้สึกต่อคนเดือนตุลาคนนี้เริ่มเปลี่ยนไป
ตอนหัวค่ำเรานั่งดื่มเบียร์กันบนลานหน้าบ้าน ลมโชยมาเบา ๆ ให้รู้สึกสบายตัวยิ่งนัก เหนือขึ้นไปบนหัวเราท้องฟ้าที่มืดสนิทแต้มแสงพร่างพรายของดวงดาวอันดารดาษ นักต่อสู้พี่น้องราษฎรบนพื้นที่สูงคนนี้บอกว่าเบียร์ที่เรากำลังดื่มอยู่นี้สส.คมศักดิ์ซื้อมาฝากหนึ่งลัง พอรู้ว่าเป็นเบียร์ของสส.คนนั้น ผมจึงได้แต่จิบบางๆ ไม่อยากดื่มเบียร์ของเขาหากเลือกได้ สักพักใหญ่ ๆ ผมเล่าให้ลุงฟังว่า สส.ที่เป็นคนเดือนตุลาผมไม่ให้ราคาค่างวดแล้ว เนื่องจากทุกวันนี้พวกเขายอมก้มหัวให้กับนายทุนผูกขาด ไม่ใช่ระบบผูกขาดหรือเผด็จการหรอกหรือที่พวกเขาพากันต่อต้านจนกระทั่งต้องหลบหนีเข้าป่าเข้าเขาไปร่วมกับขบวนการคอมมิวนิสต์ และโดยเฉพาะสส.คมศักดิ์นั้นแม้แต่หางตาหากไม่บังเอิญจริงผมก็ไม่ให้ค่าที่จะเหลียวมองหรอก “ผมไม่เห็นเขาทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เป็นสส.มาหลายสมัยแล้ว ทุกวันหนักข้อขึ้นอีก เอาแต่ร้องลิเกเชียร์พรรคพวกกันเอง ทั้ง ๆ ที่บางเรื่องลักลั่นน่าสมเพชน่าดู ผมจะอ้วก”
เจ้าของบ้านวัยชราหัวเราะร่วน เขาจิบเบียร์ช้า ๆ แววตาสะท้อนแสงไฟจากกองฟืนวาววับ ดวงตายังคงมีแววมุ่งมั่นกล้าหาญแม้ว่าเจ้าของนัยน์ตาคู่นั้นจะล่วงสู่ปัจฉิมวัยแล้วก็ตาม “อย่าลืมสิ อย่าลืมว่าคนสมัยนั้นไม่ใช่ทุกคนจะเข้าป่าไปด้วยอุดมการณ์กันทั้งหมด บางคนอยู่ในเมืองไม่ได้ กลัวตายก็ต้องหลบหนี บางคนก็เข้าตามเพื่อนฝูงไป บางคนก็ตกกระไดพลอยโจน อย่างไอ้คมมันก็พวกตกกระไดพลอยโจน คนเราน่ะความรู้ความสามารถจะเท่าเทียมกันทั้งหมดก็เป็นไปไม่ได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นคนแบบไหน คุณอย่าลืมว่าสังคมเรามันต้องมีความหลากหลาย หรือว่ามันต้องเป็นพหุสังคม ความหลากหลายนี้แหละมันทำให้สังคมมีสีสัน มีเสน่ห์ บ้านเมืองไหนมีแต่คนประเภทเดียวกันมันก็จืดชืด มันก็ไม่มีชีวิตชีวาหรอกคุณสมรักษ์”
คำพูดของลุงประสานทำให้ผมเกิดความแจ้งใจ คำพูดของลุงประสานเป็นดั่งตัวประสานให้ผมเชื่อมติดกับสส.คมศักดิ์ได้ชะงัดนัก ผมแอบสัญญากับตนเองในใจว่าต่อไปนี้ผมจะเหยียดหยามหรือบูลลี่เขา โดยเรียกว่าสส.ลิเก๊ลิเกไม่ได้แล้ว เนื่องจากว่าไม่ว่าใครอยู่ตรงไหน มีความรู้ความสามารถเท่าไรก็ให้แสดงบทบาทความสามารถให้เต็มที่ตามกำลังตามมันสมองของตน นี่ถือว่าสมบูรณ์แล้ว ผมร้องขอเบียร์จากลุงประสานแก้วเต็ม ๆ คราวนี้ดื่มมันอย่างเต็มใจและอย่างออกรสออกชาติ
กลับมาจากบ้านของลุงประสานพร้อมเมล็ดกาแฟสดสามกิโลกรัม กาแฟอาราบิก้าผ่านการคั่วกลางไม่ว่าความเปรี้ยว กลิ่น หรือบอดี้หรือความขม มันจะถูกสกัดออกมาอย่างแทบสมบูรณ์ ส่งผลให้กาแฟมีรสชาติไม่เลวเลยแต่ด้วยว่าผมต้องการกาแฟที่มีความขมเพิ่มอีกนิด เป็นเสน่ห์เฉพาะร้าน ผมจึงต้องทำการเบลนด์กาแฟ การเบลนด์อย่างที่รู้ ๆ กัน คือการหาจุดสมดุลระหว่างกาแฟสองสายพันธุ์ ซึ่งมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน
ผมกลับไปที่ห้างขายส่งขนาดใหญ่แห่งเดิมอีกครั้ง คราวนี้ซื้อเมล็ดกาแฟโรบัสต้ามาหนึ่งกิโลกรัม เป็นอีกยี่ห้อหนึ่ง ผมลงมือเบลนด์กาแฟ โดยมีสายพันธุ์อาราบิก้าเป็นหลัก ท้ายที่สุดจากการ(พยายาม)เบลนด์กาแฟของผม พบว่ากาแฟที่ให้รสชาติถูกใจผมเป็นที่สุดคือใช้อาราบิก้าแปดสิบห้าเปอร์เซ็นต์ โรบัสต้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์
กาแฟมีรสขมไม่มากเท่าใดและสู้นมได้ยอดเยี่ยม แต่ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของลูกค้าส่วนมากอีกที
.......................................................
Link ที่เกี่ยวข้อง