เรื่องสั้น : วันนั้นร้อนแดด : ศิริพงศ์ หนูแก้ว
เรื่องสั้น : วันนั้นร้อนแดด : ศิริพงศ์ หนูแก้ว
วันนี้เมื่อห้าปีก่อน เขาย่างเท้าก้าวลงจากบันไดเครื่องบิน ทางเดินเป็นลานกว้าง ระยะทางก่อนถึงอาคารสนามบินราวห้าสิบเมตร ผู้โดยสารทยอยเดินตามกันไปท่ามกลางแดดเดือนเมษา ที่สงกรานต์ไม่มีการสาดน้ำ
เขาเดินผ่านเจ้าหน้าที่คนที่หนึ่ง ตรงไปยังจุดตรวจวัดอุณหภูมิ แล้วเลี้ยวซ้ายไปยืนสแกนคิวอาร์โค้ด จังหวะกำลังจะพุ่งไปที่ประตูทางออก เสียงหนึ่งก็ร้องทักขึ้นจากด้านหลัง
“พี่ ๆ เดี๋ยวก่อน อุณหภูมิพี่สูงมาก ผมขอวัดอีกทีครับ” เจ้าหน้าที่หนุ่มในชุดสีส้มพูด พลางยกเครื่องวัดเล็งขึ้นตรงหน้าผาก
“37.8 ครับ เดี๋ยวพี่ไปนั่งรอตรงนั้นก่อนนะ” เจ้าหน้าที่หนุ่มพูดอีกครั้ง ขณะหันไปมองกลุ่มอาสาพยาบาล
เขาใจหายวาบ หยุดยืนอยู่ตรงนั้น พยายามตั้งสติแล้วค่อย ๆ เดินไปบริเวณที่นั่งพัก คิดทบทวนถึงความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ แล้วเจ้าหน้าที่หญิงก็เดินตามมา เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว เก็บชายเสื้อไว้ในกางเกงสแล็กส์สีดำ ข้างเอวมีโทรศัพท์สีแดงเหน็บอยู่ ในมือถือกระดาษแผ่นหนึ่ง เธอจ้องหน้าถามเสียงดังทะลุหน้ากากอนามัย “ต้นทางมาจากไหน ระหว่างทางแวะที่ไหนมาบ้าง และกำลังจะไปไหน” เมื่อได้คำตอบแล้วเธอก็หันไปเรียกเจ้าหน้าที่หนุ่มคนเดิมมาวัดอุณหภูมิอีกครั้ง
เขาลุกขึ้นกระชับกระเป๋าเป้ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ป่วย เพราะก่อนขึ้นเครื่องออกมาจากสถานีต้นทาง ก็ผ่านการตรวจวัดทุกอย่างแล้ว และผลออกมาปกติ
“ยังสูงอยู่เลยครับ พี่แน่ใจนะว่าไม่ได้มีไข้มาก่อน” คราวนี้เจ้าหน้าที่หนุ่มดูเครียดขึ้น ก่อนจะเดินออกไป ยังหันมากำชับให้นั่งรอจนกว่าอุณหภูมิจะปกติ จากนั้นไม่ถึงสิบนาที เจ้าหน้าที่หญิงในเสื้อเชิ้ตสีขาวอีกคนก็เดินตรงมา
“พี่อุณหภูมิสูง อย่าเพิ่งไปไหนนะ...” ไม่ทันที่คำพูดจะจบประโยค ผู้โดยสารที่นั่งพักอยู่ใกล้ ๆ ก็ลุกพรวดขึ้น สะดุ้งโหยงราวก้นติดสปริง เธอสะบัดหน้าหันมามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนรีบลากกระเป๋าก้าวยาว ๆ ออกไป ขณะที่เจ้าหน้าที่หญิงถามคำถามเดียวกับชายหนุ่มในชุดสีส้ม
เขาตอบคำถามเดิม พร้อมพยายามอธิบายถึงความปกติของร่างกาย ไม่มีอาการไข้ จมูกยังได้กลิ่น ลิ้นยังรู้รส ซึ่งมาถึงตอนนี้ ผู้โดยสารคนอื่นๆ ต่างก็ทยอยออกกันไปเกือบหมดแล้ว มีเพียงเขาที่ยังนั่งอยู่บริเวณจุดพัก โดยที่ฝั่งตรงข้ามมีโต๊ะยาวสี่เหลี่ยมวางอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์เบื้องต้น เอกสาร โทรโข่ง มีทั้งเจ้าหน้าที่ประจำสนามบินและอาสาสมัคร ทั้งหมดหันมองมาที่เขา, พูดอะไรกันบางอย่าง แล้วชายหนุ่มชุดสีส้มก็เดินกลับมา บอกให้เขาไปที่เครื่องตรวจวัดอุณหภูมิอีกครั้ง
เขามายืนรอผลตรวจ, เครื่องวัดอุณหภูมิสนามบินกำลังประมวลจากการสแกนที่จะส่งผลไปฉายอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะยาว เขาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดแล้วค่อย ๆ ผ่อนออกมาช้า ๆ พยายามควบคุมสติ นึกถึงพระบรมธาตุสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมือง ภาวนาในใจว่าหากติดเชื้อก็ขอไปกราบศพและร่วมเผาให้เสร็จเรียบร้อยก่อน แล้วจะยอมเข้าสู่การกักตัว
“รบกวนพี่กรอกเอกสารตามนี้นะคะ” เจ้าหน้าที่หญิงพูดพร้อมยื่นแผ่นกระดาษให้, มันเป็นเอกสารประวัติการเดินทางและที่อยู่เพื่อตามตัวเจ้าของข้อมูล
“ยังไปไหนไม่ได้นะคะ นั่งรออยู่ตรงนี้เท่านั้นค่ะ” เจ้าหน้าที่หญิงคนเดิมพูดราวออกคำสั่ง ขณะรับเอกสารคืน
“พี่แค่ร้อนแดด” เขาพูดไล่หลังขณะเจ้าหน้าที่ทั้งสองเดินกลับไปที่โต๊ะ
การเกิดขึ้นของโคโรนา นอกจากสร้างความหวาดกลัวแล้ว เขายังเชื่อว่ามันได้เพาะเชื้อความหวาดระแวงด้วย บางแห่งระบาดอย่างรุนแรงจนกลายพันธุ์ แพร่ไวรัสความเห็นแก่ตัวออกมา ทั้งหลังหน้ากากอนามัย บางคนป่วยโดยไม่มีโรค บางคนติดเชื้อโดยไม่แสดงอาการ
ก่อนหน้านี้ ช่วงที่พ่อป่วยหนัก เขาก็ไม่ทันได้มาดูใจ มีเพียงพี่สาวที่เฝ้าอยู่ไม่ห่าง เธอคอยส่งข่าวอาการป่วยผ่านกล่องข้อความเฟซบุ๊ก ครั้งหนึ่งเธอเล่าว่าที่โรงพยาบาล วันแรก ๆ รอบเตียงคนป่วยยังมีเสียงพูดคุยถามไถ่ทุกข์สุข เธอจำหลายคนได้ดีเพราะคุ้นเคย แม้จะสวมหน้ากาก แต่ถัดมาแค่ไม่กี่ชั่วโมงหลังมีการพูดกันทั่วโรงพยาบาลว่าพบผู้ติดเชื้อรายที่สองของจังหวัดมารักษาตัวอยู่ชั้นถัดไป นั่นเองที่คนรู้จัก และเคยพูดคุยส่งยิ้มให้กำลังใจกัน ก็กลายเป็นคนแปลกหน้าที่มีความหวาดระแวงกำหนดระยะห่าง
การกลับบ้านครั้งนี้ เขาจองตั๋วล่วงหน้าหนึ่งวัน เครื่องบินใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงสิบห้านาที จากสถานีต้นทางมาถึงปลายทาง ล้อแตะรันเวย์ราวห้าโมงเช้า เขารู้ดีถึงขั้นตอนระเบียบการเดินทางช่วงโรคบาด แม้ระยะทางจากสนามบินไปวัดไม่ถึงสิบกิโล แต่ก็ต้องตีรถอีกต่อหนึ่ง เขาจึงเผื่อเวลาไว้สองชั่วโมง ตั้งใจไปให้ทันกราบศพและได้อยู่เผาจนเสร็จเรียบร้อย โดยจองตั๋วกลับในเย็นวันเดียวกัน แต่ตอนนี้ครึ่งชั่วโมงแล้ว ยังไม่หลุดออกไปจากสนามบิน
ผู้โดยสารขาเข้าที่มาเที่ยวบินเดียวกันทยอยออกไปหมดแล้ว เหลือเพียงเขายังนั่งอยู่ที่เดิม ขณะผู้โดยสารขาออกกำลังเดินทาง แม้เป็นช่วงโรคระบาด แต่ที่นี่ก็ดูไม่เงียบเหงาเหมือนที่อื่น การท่องเที่ยวเกิดกระแสฟีเวอร์ ผู้คนทั่วสารทิศแห่กันมาด้วยอานิสงส์แห่งศรัทธาไอ้ไข่วัดเจดีย์
“ก่อนมา พี่นึกถึงไอ้ไข่ไว้รึเปล่า” ชายหนุ่มชุดสีส้มเดินมาชวนคุย
“เปล่า !!” เขาตอบสั้นแต่น้ำเสียงไม่ห้วน
“อืม พระธาตุล่ะพี่ กำลังจะเป็นมรดกโลกด้วยนะ”
เขาส่ายหน้าแทนคำตอบ ในใจนึกถึงยอดปลีทองที่ทอดเงาไม่เคยมีใครได้เห็น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคุณค่าทางจิตวิญญาณ ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ชาวเมืองนครศรีฯ และละแวกใกล้เคียง ฝังศรัทธาบูชาองค์พระบรมธาตุมาแล้วกว่าพันปี ซึ่งกับกองเอกสารที่ทำกันมาสิบปีเพื่อหวังจะเป็นมรดกโลกก็คงไม่ทำให้ศรัทธาของผู้คนเพิ่มพูนขึ้นหรือลดลงแต่อย่างใด
“พี่ไม่ศรัทธาเหรอ” ชายหนุ่มชุดสีส้มยังไม่ลดละ
“ทำไมน้องถึงถามอย่างนั้น” เขาถามกลับ
“คนมานครฯ ไม่บนไอ้ไข่ก็ไปวัดพระธาตุ”
“ก็ไม่เกี่ยวกับศรัทธาหนิน้อง”
“นั่นแหละพี่ ศรัทธาล้วน ๆ”
เขากวาดตามองหานาฬิกาติดผนังสนามบิน ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมง ในใจคิดจะโทร. หาใครสักคนช่วยพาไปที่ทางออก เขาพอจะมีเส้นสายอยู่บ้าง รัฐมนตรี นักการเมืองก็คุ้นเคยอยู่หลายพรรค, คนอาชีพอย่างเขา ย่อมรู้จักและสนิทกับแหล่งข่าว แต่จะขอพึ่งพาคนเหล่านี้หรือจะรออีกสักหน่อย แม้ถนนในต่างจังหวัดที่มุ่งเข้าตัวเมืองรถจะติดแทบไม่ต่างจากเมืองหลวง แต่คำนวณเวลาแล้ว สามสิบนาทีไปทันแน่
“เดี๋ยวจะมีเจ้าหน้าที่จังหวัดมาคุยกับพี่นะ” ชายหนุ่มชุดสีส้มพูดหลังหยิบหน้ากากมาสวมอีกชั้น
“คุยเรื่องอะไร พี่ไม่ได้ป่วย” เขาเริ่มกังวลว่าอาจต้องติดอยู่ที่นี่อีกสักพัก
“ต้องให้ทางจังหวัดตัดสินใจครับ”
“อ้าว แล้วพวกน้องตัดสินใจกันเองไม่ได้เหรอ นี่พี่ก็รีบด้วย”
“เรายังไม่เคยเจอแบบพี่เลยครับ” ชายหนุ่มชุดสีส้มพูดด้วยท่าทางกังวลเช่นกัน
“ไม่มีอะไรหรอก ไม่งั้นที่ดอนเมืองคงไม่ปล่อยขึ้นเครื่องมา”
“จริง ๆ แล้วพี่ต้องกักตัว 14 วันก่อนนะ เพราะมาจากพื้นที่สีแดง”
“ศพเผาวันนี้ ถ้ากักตัวก่อนแล้วพี่จะมาทำไม” น้ำเสียงเขาเริ่มขุ่น
เจ้าหน้าที่หนุ่มเดินกลับไปยืนคุยกับสาวเสื้อเชิ้ตขาว ก่อนทั้งหมดจะหันมองมาที่เขาอีกครั้ง รอยยิ้มเมื่อชั่วโมงที่แล้วหายไปจากใบหน้าทุกคน ขณะเดียวกันสายกั้นสีเหลืองก็ถูกนำมาล้อมบริเวณที่เขานั่ง ผู้โดยสารต่างจ้องมาที่เขาเกือบพร้อมกัน นาทีนี้เองที่ความรู้สึกเหมือนถูกจับขึงพืดอยู่บนลานประหารได้ผุดขึ้นในห้วงความคิด สายตาที่จับจ้องพุ่งมาราวหอกแหลมตรึงมือและเท้า ใบหน้าร้อนวูบวาบ อาการปวดขมับเข้าจู่โจมอย่างรวดเร็ว ใจเต้นรัวเร็ว ปลายนิ้วมือทั้งสองข้างชาแทบไม่รู้สึก หูอื้อจนแทบไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง ขณะที่เสียงตามสายของสนามบินประกาศเหมือนลอยอยู่ไกล ๆ สายตาเขาปะทะกับทุกคนที่มองมา ไม่ต่างจากข้าศึกกลางสนามรบที่กำลังเข้าโรมรันหมายเอาชีวิตกัน
“พี่ ๆ นี่ครับเจ้าหน้าที่จังหวัด” เสียงของชายหนุ่มชุดสีส้มปลุกให้เขารีบลุกขึ้นยืนอย่างลืมตัว
“คุณกำลังจะไปไหนเหรอคะ” หญิงสาวเจ้าหน้าที่จังหวัดเอ่ยถามแทนคำทักทาย
“ไปวัดครับ” เขาตอบ พลางดูป้ายชื่อที่ปักด้วยด้ายขาวบนหน้าอกขวา
“วัดเจดีย์ หรือวัดพระธาตุ” เธอถาม, ขณะเขาเหลียวไปมองเจ้าหน้าที่หนุ่ม
“ไม่ใช่ทั้งสองวัดครับ” ชายหนุ่มชุดสีส้มโพล่งขึ้น
“คุณไม่มีศรัทธาเหรอ” คราวนี้เป็นเสียงเธอ
“ศรัทธาในอะไรหรือครับ” เขาถาม ก่อนดึงหน้ากากขยับขึ้นปิดจมูก
การกลับบ้านเกิดของเขาปีนี้ เป็นปีที่พ่อไม่อยู่แล้ว แกเริ่มป่วยหนักด้วยโรคชราที่รุมเร้า ขณะที่ในประเทศ โรคระบาดใหม่เริ่มแพร่กระจายอย่างรุนแรง
สาวเจ้าหน้าที่จังหวัดหันสบตากับหนุ่มอาสาชุดสีส้ม ทั้งคู่เริ่มแน่ใจว่า ชายผิวเข้มใบหน้าคมคายไว้เคราดกหนาที่อยู่ตรงหน้าต้องมีอาการป่วยอย่างแน่นอน ซึ่งอาจแพร่ใส่คนอื่นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสนามบิน ถ้ามีผู้โดยสารติดเชื้อจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โต ในขณะที่จังหวัดนั้นเศรษฐกิจกำลังเติบโตสวนกระแส
“เราคิดว่าต้องนำตัวพี่ไปค่ะ”
“ใช่ครับ ผมว่าพี่ไปกักตัวก่อนดีกว่า”
เขายืนมองคนทั้งสอง พลางเงยหน้าดูนาฬิกา เหลือเวลาสี่สิบห้านาทีที่ต้องรีบสลัดให้หลุดไปจากสองคนนี้แล้วค่อยหาทางออกไป แต่ทำอย่างไรให้ไปถึงประตู ที่มีเจ้าหน้าที่ยืนประจำอยู่เพียงคนเดียว และดูไม่ค่อยเข้มงวดเท่าไร เพราะผู้โดยสารที่ไปถึงตรงนั้นได้ย่อมผ่านการตรวจคัดกรองระดับความปลอดภัยแล้วว่าปกติ ไม่มีปัญหาเรื่องการติดเชื้อ
“ลองเอาเครื่องวัดไข้มาตรวจพี่อีกที” เขาเริ่มแผน
“อืม นี่ก็ผ่านมาเป็นชั่วโมงแล้ว ถ้าพี่ไม่ป่วย อุณหภูมิคงลด” ชายหนุ่มชุดสีส้มพูด ขณะยกเครื่องวัดเล็งไปกลางหน้าผาก
“เดี๋ยวก่อน แต่ถ้าอุณหภูมิไม่ลด พี่ต้องไปกับหนูนะ” เจ้าหน้าที่จังหวัดยื่นข้อตกลง
“หรือจะไปตรวจที่เครื่องนั้น” เขาพูด, พลางชี้ไปที่เครื่องสแกนหลักของสนามบิน พยายามพาตัวเองออกไปจากแนวกั้น
ผู้โดยสารทั้งขาออกและฝั่งขาเข้าเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เกินครึ่งเป็นคนต่างถิ่น ทีมอาสาชุดสีส้มกระจายกันคอยเตือนถึงมาตรการเว้นระยะห่าง ขณะที่เจ้าหน้าที่ประจำโต๊ะยาวสามคนลุกขึ้นเดินมาที่เครื่องสแกนใหญ่ ยืนเรียงหน้ากระดาน ส่งสัญญาณมือให้ผู้โดยสารที่เดินแถวเรียงหนึ่งเข้ามา แล้วค่อย ๆ หยุดชะลอเข้าเครื่องตรวจ ก่อนไปสแกนคิวอาร์โค้ด จากนั้นก็ทยอยไปที่ประตูทางออก
เสียงประกาศตามสายภายในสนามบินคอยย้ำเตือนถึงมาตรการป้องกันโรค ในขณะเดียวกันเสียงชักชวนให้ผู้คนทั่วสารทิศเดินทางมาก็ดังไม่ขาดปาก มีการบรรยายถึงสรรพคุณหัวนะโมรุ่นต่าง ๆ ทั้งเนื้อเงินแท้ แร่มหามงคลชนวนโบราณ และพิเศษกว่านั้นใช้ป้องกันโรคระบาดได้ ใครที่ไม่สะดวกเดินทาง สามารถเช่าผ่านออนไลน์ได้ มีบริการจัดส่งถึงที่โดยรับรองคุณภาพความขลังไม่หล่นหายระหว่างทาง
“ก็เอาสิ ถ้าพี่จะตรวจกับเครื่องนั้น” เธอติดกับดักที่เขาล่อไว้, เขากระชับกระเป๋าเป้ พลันนึกถึงนักการเมืองชาวใต้ที่คุ้นเคย แค่ยกหูโทร.ไปไม่เกินห้านาที เขาก็ได้เดินออกไปอย่างสง่าผ่าเผย และจะมีคนเข้ามาพินอบพิเทาในทันที ทั้งยังอาจพาขึ้นรถยนต์ส่วนตัวไปส่งถึงบันไดทางขึ้นเมรุเผาศพ
เจ้าหน้าที่ถูกเรียกมาเพิ่มอีกสามคน เพื่อไปช่วยสกัดผู้โดยสารขาเข้าให้หยุดชะลอก่อนถึงเครื่องสแกนใหญ่ของสนามบิน การดำเนินการทุกอย่างเป็นไปโดยปกติ ไม่ให้มีพิรุธเป็นที่น่าสงสัย เรื่องการตรวจพิสูจน์บุคคลที่ถูกกักบริเวณต้องไม่แพร่งพรายให้บุคคลอื่นรู้อีกเป็นอันขาด เพราะหากเรื่องนี้หลุดออกไปจะเกิดความแตกตื่น ที่สำคัญอาจถึงขั้นที่ว่า ผู้คนจะหวาดกลัวจนไม่กล้าเดินทางเข้ามา เศรษฐกิจที่เติบโตสวนกระแสกำลังผงาดผงกหัวขึ้นก็จะดำดิ่งลงในทันที
เขาเงยหน้าดูนาฬิกาสนามบินอีกครั้ง ช่วงเวลาเดียวกันนี้ของเมื่อวาน แม่โทร. มาบอกว่าพ่ออาการทรุดหลังหมอให้กลับมานอนรักษาต่อที่บ้าน เพราะทางโรงพยาบาลเตียงใกล้เต็ม และเหตุผลที่สำคัญ หมอเจ้าของไข้อยากให้คนป่วยกลับมาอยู่บ้านเพื่อลดความเสี่ยง เพราะโรคระบาดกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ มาตรการยิ่งเข้มงวด ห้ามญาติเดินทางมาเยี่ยม
“พ่อไปแล้ว เมื่อกี้นี่เอง หลังหมอพาเข้าห้องฉุกเฉิน...” เสียงปลายสายของแม่, หยุดชะงักเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ
“หมอให้กลับมาบ้านเมื่อเย็นวันศุกร์ พอวันอาทิตย์ก็เริ่มบ่นเจ็บตรงนั้นตรงนี้ แต่ก็ไม่ยอมกินยา”
“ตอนไป พ่อมีอาการยังไงบ้าง” เขาถาม พลางพยายามนึกถึงผู้ชายตัวเล็กแต่แข็งแรง ผมหงอกขาวโพลนทั้งหัว นอนอยู่บนเตียงคนไข้มีสายระโยงระยาง เข็มปักคาแขน
“หลับไปเลย เหมือนคนนอนหลับ” แม่พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ไม่เจ็บ ไม่ทรมานอะไรใช่ไหมครับ” เขาถามย้ำให้แน่ใจ
“ไม่เจ็บเลย นอนหลับไปเฉย ๆ” แม่เน้นเสียง ก่อนพูดต่อ
“ไว้ศพที่วัดแหละ ช่วงนี้โควิดมันแรง ตั้งที่บ้านคงไม่ได้”
เขารู้ว่าแม่ทำใจไว้แล้ว แต่ก็คงใจหายอยู่บ้างเพราะอยู่กันมาเกือบห้าสิบปี ขณะที่เขาเองกลับน้ำตาซึม นึกย้อนไปครั้งล่าสุดที่ได้กลับบ้านเกิดก็ผ่านมาถึงเจ็ดปี และวันนี้ไม่แน่ใจว่าจะทันได้กราบพ่อเป็นครั้งสุดท้ายหรือไม่ เพราะเหลือเวลาอีกสามสิบนาทีเท่านั้น
ชายหนุ่มชุดสีส้มเดินกลับมาพร้อมเจ้าหน้าที่เสื้อเชิ้ตขาว, เธอถือเอกสารประวัติติดมือมาด้วย กลุ่มอาสาแยกย้ายกระจายกันไปจัดระเบียบผู้โดยสาร เสียงกำชับเว้นระยะห่างและสวมหน้ากากอนามัยดังอยู่เป็นระยะ สลับกับเสียงแนะนำแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะการเชิญชวนให้ไปไหว้พระบรมธาตุ ไปบนบานไอ้ไข่ ขณะที่เขากำลังหาเส้นทางเพื่อไปกราบศพพ่อ
เครื่องสแกนขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนทางเดินกลางสามแยกฝั่งขาเข้า เจ้าหน้าที่จัดระยะห่างคอยทยอยปล่อยผู้โดยสารเข้าเครื่องตรวจ คนที่ผ่านแล้วไปยืนสแกนคิวอาร์โค้ดต่อ จากนั้นตรงไปที่ประตูทางออก, ซ้ายมือเดินลึกเข้าไปเป็นซอยแคบ ๆ สุดปลายทางเป็นห้องสุขา ส่วนขวามือเมื่อก้าวพ้นจากขอบประตูทางออก เป็นร้านให้บริการเช่ารถยนต์ ถัดไปมีร้านของขายที่ระลึกตั้งเรียงกัน ร้านสุดท้ายอยู่ติดกับประตูผู้โดยสารฝั่งขาออกที่ตรงข้ามเป็นเคาน์เตอร์เช็คอิน
“น้องไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้นะ” หญิงสาวเสื้อเชิ้ตขาวพูด
“ไม่ได้หรอกพี่ ติดเชื้อกันขึ้นมาจะทำไง” สาวเจ้าหน้าที่จังหวัดยืนกราน
“นี่ไง เรามีประวัติ ที่อยู่ ตามตัวได้”
“ถ้าติดเชื้อแล้วหนี ใครจะรับผิดชอบ”
“แล้วถ้าเขาไม่ได้ป่วย ใครจะรับผิดชอบ”
“ถ้าคนไม่มาเที่ยว รายได้จังหวัดหายไป พี่รับผิดชอบไหวเหรอ”
สาวเสื้อเชิ้ตขาวพยายามหาทางออกไม่ให้เรื่องวุ่นวายไปมากกว่านี้ แต่ไม่เป็นผล เธอหันมองมา ขณะเขากำลังคิดคำนวณระยะทางกับเวลาที่เหลือ จะโทร. บอกแม่ให้เลื่อนออกไปก็คงไม่ได้ เพราะทุกอย่างเตรียมการไว้ตามฤกษ์ยามหมดแล้ว
“ผมว่ารอให้ผู้โดยสารเที่ยวนี้เข้ามาให้หมดก่อนดีกว่าครับ” หนุ่มชุดสีส้มพูดขึ้น
“ก็ดีเหมือนกันนะ จะได้ไม่ผิดสังเกต” สาวเชิ้ตขาวพูดพลางมองไปที่เขา
“เสียเวลาเปล่า ๆ ถ้าพี่เขามั่นใจว่าไม่ป่วยจะกลัวอะไร” หญิงสาวเจ้าหน้าที่จังหวัดขัดขึ้นอีก
เขายืนฟังคนทั้งสามอย่างตั้งใจ แล้วไล่มองทีละคนอีกครั้ง เขารู้ว่าทุกคนต่างทำหน้าที่ แม้แต่เสียงชักชวนให้ผู้คนเข้ามาท่องเที่ยว โฆษณาสรรพคุณเครื่องรางที่ใช้ป้องกันโรคระบาด ในขณะที่รัฐบาล ผู้รับผิดชอบกำลังสั่งนำเข้าวัคซีน แต่ระหว่างที่รอวิทยาศาสตร์ ประชาชนต้องพึ่งไสยศาสตร์ไปก่อน
ผู้โดยสารขาเข้าจากเที่ยวบินล่าสุดทยอยผ่านการตรวจไปหมดแล้ว ถึงเวลาที่เขาจะต้องพิสูจน์ต่อหน้าเจ้าหน้าที่จังหวัด และเจ้าหน้าที่ประจำสนามบิน รวมทั้งทีมอาสาสมัคร ทุกคนต่างร่วมลุ้นถึงผลตรวจ ต่างเอาใจช่วย ยกเว้นเจ้าหน้าที่จังหวัด
“เชิญเลยค่ะ”
“ขอทราบผลด่วนเลยนะ”
“ตามขั้นตอนค่ะ ต้องใช้เวลานิดนึง”
“ผมเหลือเวลาอีกไม่มากแล้วครับ”
“ยังไงก็ต้องรอค่ะ”
“ขอเบอร์โทร. ไว้ได้ไหมครับ”
ช่วงเวลานี้เองที่ผู้โดยสารกำลังเดินตีวงล้อมเข้ามา สายตาจับจ้องมองมาอย่างแปลกประหลาด ความรู้สึกเหมือนถูกจับขึงราวนักโทษบนลานประหารกลับมาจู่โจมเขาอีกครั้ง ไม่ว่าจะหลบสายตาไปทางไหนก็หลีกหนีไม่พ้น ครั้งนี้ไม่รู้สึกชาที่ปลายนิ้ว หัวใจเต้นจังหวะปกติ แต่ใบหน้าร้อนผ่าว หูอื้อเหมือนมีลมเข้ามาอุด เขาผ่อนลมหายใจ สูดเข้าลึก ๆ แล้วผ่อนออกช้า ๆ ขณะกลุ่มคนตีวงล้อมแคบเข้ามา แต่ทั้งหมดยังคงรักษาระยะห่าง, เขาพยายามสูดกลิ่น ใช้จมูกให้เป็นประโยชน์มากที่สุด ให้รู้ว่ายังสัมผัสกลิ่นได้ดีอยู่ เหลือแต่เพียงลิ้นที่ไม่สามารถรับรู้รสได้ ลองกลืนน้ำลายจนคอแห้งก็พิสูจน์รสชาติไม่ได้
มาถึงตอนนี้ เขายอมรับแล้วว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น อยากจะโทร. หาแม่ก็กลัวทุกคนที่วัดและพวกญาติๆ จะยิ่งเป็นห่วง เขาไม่อยากจะคิดว่าเรื่องราวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ คือผลของการขาดศรัทธา เพราะศรัทธาของเขาไม่ใช่เพื่อบนบานศาลกล่าว หากแต่ได้กลับมาหาคนที่รัก
เขานึกถึงนักการเมืองคนคุ้นเคยอีกครั้ง เพียงแค่กดหมายเลขโทรศัพท์ ทุกอย่างก็จะคลี่คลายเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น แต่เขาจะกลายเป็นคนติดหนี้ แม้จะชดใช้คืนก็ไม่มีวันหมดไปจากคำว่าบุญคุณนักการเมือง เขาคิด, พลางมองไปที่เจ้าหน้าที่สาว เธอทั้งสองเหมือนจะรู้ถึงความผิดปกติ พยายามมองไปที่โต๊ะยาว คล้ายจะส่งสัญญาณขออะไรบางอย่าง ขณะที่ชายหนุ่มชุดสีส้มคอยกันผู้โดยสารให้ถอยกลับออกไปพร้อมเว้นระยะห่าง จังหวะนี้เองที่เขามองเห็นศรัทธา เขาแหวกวงล้อมฝ่ากลุ่มคนพุ่งไปที่ประตูทางออก ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ร้องลั่นตามหลัง
“เหลืออีกสิบห้านาที ไปให้ทันนะครับพี่”
เขาเดินออกจากวัดอย่างเงียบ ๆ ขณะเปลวเพลิงลุกไหม้ ควันสีดำเทาลอยม้วนขึ้นเหนือเมรุ ก่อนกดหมายเลขโทรศัพท์ ได้กลิ่นศพโชยมากับลมเดือนเมษา
“เสร็จแล้วครับ มารับได้เลย ขอบคุณมากนะครับที่ปล่อยให้ผมได้กราบพ่อเป็นครั้งสุดท้าย”
“ไม่เป็นไรค่ะ ผลตรวจออกตั้งแต่พี่อยู่สนามบิน หนูตะโกนบอกแล้ว แต่พี่รีบออกมา แดดบ้านเราร้อนจริงๆ นะคะ”
.........................................................
Link ที่เกี่ยวข้อง