รวมพลังนักกลอนทั่วไทย ชิงแชมป์ “ประชันกลอนสด”

นักกลอนทั่วไทยร่วมประชันกลอนสดชิงชนะเลิศประเทศไทย ปีที่ 19 และกลอนกระดาษ รางวัล “โชติช่วง นาดอน” ปีที่ 2

          กองทุนสุนทรภู่ศึกษา ร่วมกับ สาขาวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสารในยุคดิจิทัล คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม กองทุนศูนย์ศิลป์สิรินธร มูลนิธิพญาศรีสัตตนาคราช บริษัท แอร์เอเชีย จำกัด บริษัท ชาโต เดอ อาร์ต จำกัด บริษัท มหัศจรรย์ อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท โค แวน เคสเซ่ล บางกอก ทัวร์ จำกัด บริษัท ออน อาร์ต ครีเอชั่น จำกัด สำนักพิมพ์สุขภาพใจ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา นครพนม ร้านหนังสือสาระบาน และ มูลนิธิสโมสรมิตรภาพวัฒนธรรมสากล จัดกิจกรรมกิจกรรมแบ่งปันความรู้สู่สาธารณะ เปิดประตูสู่อาเซียน อาณาบริเวณศึกษา สโมสรเสวนา : ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - เวียดนาม 50 ปี และการแข่งขันประชันกลอนสดนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย / อุดมศึกษา ชิงชนะเลิศประเทศไทย และกลอนสดประเภทประชาชนทั่วไป รางวัล “โชติช่วง นาดอน” วันที่ 21- 22 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ณ คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม จังหวัดนครพนม

 

 

          กิจกรรมในวันแรก (21 ส.ค.) เป็นการทัศนศึกษาภาคสนาม โดยแบ่งผู้เข้าร่วมออกเป็น 2 กลุ่ม สำหรับกลุ่มแรกเป็นเส้นทาง “ตามรอยไทย-เวียดนาม นครพนม” พาเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเวียดนาม ตลอดจนสัมผัสศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของเมืองริมฝั่งแม่น้ำโขง

          การเดินทางเริ่มต้นที่ ลานพญาศรีสัตตนาคราช แลนด์มาร์คสำคัญใจกลางเมืองนครพนม ริมฝั่งแม่น้ำโขง ผู้ร่วมกิจกรรมได้สักการะขอพร “พญาศรีสัตตนาคราช” ประติมากรรมพญานาค 7 เศียร หล่อด้วยทองเหลือง ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวนครพนมและนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาสักการะ พร้อมชมทัศนียภาพของแม่น้ำโขงและฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน

 

 

 

          จากนั้นเดินทางต่อไปยัง บ้านนาจอก เพื่อเยี่ยมชม อนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ แหล่งเรียนรู้ที่สะท้อนความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ระหว่างไทยและเวียดนาม โดยเมื่อปี 2557 รัฐบาลเวียดนามได้สนับสนุนงบประมาณจำนวน 30,000 ล้านด่อง หรือประมาณ 45 ล้านบาท แก่จังหวัดนครพนมและสมาคมไทย-เวียดนาม เพื่อก่อสร้างอนุสรณ์สถานบนพื้นที่ประมาณ 7 ไร่ เพื่อรำลึกและเป็นเกียรติแก่ประธานโฮจิมินห์ รวมทั้งพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ก่อนเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2559

          คณะเดินทางกลับเข้าสู่ตัวเมืองนครพนม เพื่อเยี่ยมชม ศาลากลางจังหวัดนครพนม (หลังเก่า) อาคารก่ออิฐถือปูน 3 ชั้น รูปแบบสถาปัตยกรรมโคโลเนียล สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 ระหว่างปี พ.ศ. 2458-2462 ตั้งอยู่บนถนนอภิบาลบัญชา ริมฝั่งแม่น้ำโขง ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงให้เป็นหอสมุดและแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมของจังหวัด

 

 

          ต่อด้วยการเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม (หลังเก่า) อาคารประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อจังหวัด โดยระหว่างวันที่ 12-13 พฤศจิกายน 2498 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในจังหวัดนครพนม และประทับแรม ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งนี้ ต่อมาอาคารถูกปิดในปี 2527 เนื่องจากมีสภาพเก่าและทรุดโทรม กระทั่งปี 2548 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ก่อนดำเนินการบูรณะในปี 2549 และพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาจนถึงปัจจุบัน

          อีกหนึ่งจุดสำคัญคือ วัดโอกาสศรีบัวบาน ซึ่งคณะได้ชมประติมากรรมเรื่อง “สามก๊ก” ที่ถือเป็นงานศิลปกรรมโดดเด่นแห่งหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่บริเวณชั้นบนของศาลาการเปรียญ อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น โดยเป็นประติมากรรมปูนปั้นแบบโบราณ ถ่ายทอดเรื่องราวจากวรรณกรรมสามก๊ก ฝีมือช่างชาวเวียดนามที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่นครพนม สะท้อนร่องรอยการแลกเปลี่ยนและผสมผสานทางวัฒนธรรมของผู้คนสองเชื้อชาติที่สืบทอดมายาวนาน

 

 

          ปิดท้ายกิจกรรมด้วยการ ล่องเรือชมทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำโขง สัมผัสเสน่ห์ของเมืองนครพนมและทิวทัศน์ฝั่งประเทศลาว ก่อนเดินเที่ยว ถนนคนเดินบริเวณริมฝั่งโขงหน้าเมืองนครพนม สัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืน วิถีชีวิต อาหาร และสินค้าท้องถิ่น ถือเป็นการปิดท้ายเส้นทางทัศนศึกษาที่เชื่อมโยงทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และความสัมพันธ์ของผู้คนสองฝั่งโขงไว้อย่างลงตัว

          กิจกรรมวันที่สอง (22 ส.ค.) เป็นการแข่งขันประชันกลอนสดนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย / อุดมศึกษา ชิงชนะเลิศประเทศไทย ปีที่ 19 และกลอนสดประเภทประชาชนทั่วไป รางวัล “โชติช่วง นาดอน” ครั้งที่ 2 จัดขึ้นห้องประชุมพนมศิลป์ คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม

 

 

          พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.สุรสิทธิ์ วชิรขจร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยนครพนม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย อาจารย์ประพัฒน์พงศ์ ปรีชา รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ ผู้ร่วมกิจกรรม คณาจารย์ ครู นักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่เข้าร่วมงาน จำนวน 310 คน จากทีมแข่งกว่า 20 จังหวัดจากทั่วทุกภูมิภาค

          หลังจากนั้นเป็นการบรรยายพิเศษหัวข้อ “ตำนานนิทานเรื่องเล่าแม่น้ำโขง-พญาศรีสัตตนาคราช และนครพนมกับเกียวบ่าวนาจอก 50 ปี สัมพันธ์การทูตไทย-เวียดนาม มั่นยืน” โดย เด่นชัย ไตรยะถา ที่ปรึกษากรมส่งเสริมวัฒนธรรม ดร.สุริยา คำหว่าน มหาวิทยาลัยนครพนม สายสุดา สุขพิพัฒน์ ศึกษานิเทศชำนาญการ สพป.นครพนม เขต 1 และ ชัยรัตน์ พลภักดี บริษัท โค แวน เคสเซ่ล บางกอก ทัวร์ จำกัดดำเนินรายการโดย โยธิน ไกรษร สาขาวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสารในยุคดิจิทัล คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนมระหว่างนั้น ประกาศหัวข้อกลอนกระดาษประเภทประชาชนทั่วไป ชิงโล่รางวัล “โชติช่วง นาดอน” หลังจากนั้นเป็นการบรรยายพิเศษหัวข้อ “เขียนกลอนอย่างไรให้ชนะการประกวด” โดย สมศักดิ์ ศรีเอี่ยมกูล อดีตนายกสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย รศ.ดร.สุทัศน์ วงศ์กระบากถาวร (ทัศนาวดี) คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พินิจ นิลรัตน์ กวี–นักเขียน อดีตกรรมการซีไรต์ กรรมการรางวัลพานแว่นฟ้า สำนักงานเลขาธิการรัฐสภา ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.ปุญชญา ศิวานิพัทน์ สาขาวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสารในยุคดิจิทัล คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม

 

 

          ภาคบ่ายเข้าสู่ช่วงเวลาการแข่งขันปฐมนิเทศการแข่งขันกลอนสดนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายและระดับอุดมศึกษา พร้อมแนะนำคณะกรรมในแต่ละประเภท กรรมการประเภทมัธยมศึกษาตอนปลาย ประกอบด้วย รศ.ดร.สุทัศน์ วงศ์กระบากถาวร คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม อ.สุรมนตรี จักชุม (คำเมือง เอกอ้อย) บรรณาธิการวารสารคำม่วน คมชาญ ราชคาม นักแต่งเพลงลูกทุ่งอีสาน

 

 

          กรรมการประเภทอุดมศึกษา ประกอบด้วย สมศักดิ์ ศรีเอี่ยมกูล อดีตนายกสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย อ.วิสัย สมประสงค์ (อณูทิพย์ ธารทอง) ผศ.ดร.ปุญชญา ศิวานิพัทน์ หัวหน้าสาขาวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสารในยุคดิจิทัลคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม ส่วนกรรมการประเภทประชาชนทั่วไป รางวัล โชติช่วง นาดอน ประกอบด้วย อ.เด่นชัย ไตรยะถา (ชัด การชนะ) ที่ปรึกษากรมส่งเสริมวัฒนธรรม พินิจ นิลรัตน์ อดีตกรรมการซีไรต์และกรรมการรางวัลพานแว่นฟ้า อ.โยธิน ไกรษร สาขาวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสารในยุคดิจิทัล คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม โดยมี ชินวัฒน์ ตั้งสุทธิจิต ผู้ประสานงานทั่วไปกองทุนสุนทรภู่ศึกษา เป็นพิธีกรประจำวัน

 

 

          ผลการแข่งขันระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนอนุกูลนารี จังหวัดกาฬสินธุ์ (นายชญานิน ชินพันธุ์ น.ส.กวินทิพย์ บุญสุข น.ส.กัลยวรรธน์ คงสมมาตย์ น.ส.อารียา ไชยลุม โดยมี นายศรีกมลา เหล่าลุมพุกเป็นอาจารย์ผู้ควบคุมทีม) รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โรงเรียนสุรพินท์พิทยา จังหวัดสุรินทร์ (นายวุฒิชัย คงสุขดี น.ส.จิณห์จุฑา เข็มแก้ว น.ส.ภัทรธิดา กูลรัตน์ น.ส.แทนขวัญ รุจิยาปนนท์ โดยมี นายสมิท นพเก้า และ น.ส.กฤติญา เทียนชัย เป็นอาจารย์ผู้ควบคุมทีม) รองชนะเลิศอันที่ 2 ได้แก่ โรงเรียนสำโรงทาบวิทยาคม จังหวัดสุรินทร์ (นายอนุพงษ์ ลือเกษ นายศิวกร ทองดาษ น.ส.จิรวรรณ บุราคร ด.ญ.อุมาพร สาทิพย์จันทร์ โดยมี นายโสรยัน ชยกิจจนนท์ และ น.ส.ทวินันท์ สุขเลิศ เป็นอาจารย์ผู้ควบคุมทีม) รางวัลชมเชย 2 รางวัล ได้แก่ โรงเรียนสุรวิทยาคาร จังหวัดสุรินทร์ (นายกฤษณพล แผ่นจันทร์ น.ส.ชุติกานต์ ริ้วศรี น.ส.ภูริชชญา สิงโตทอง น.ส.อธิชาดา เกื้อทาน โดยมี นายอนุวัฒน์ แก้วลอย น.ส.อาทิตยา ดัชถุยาวัตร เป็นอาจารย์ผู้ควบคุม) และ โรงเรียนนาถ่อนพัฒนา จังหวัดนครพนม (นายปุณณวิชญ์ ทองเภาว์ น.ส.ศิริรัตน์ นันทะวงศ์ นายปิยะพงษ์ ด้วงพันลำ น.ส.ปิยะฉัตร จงชิตกลาง โดยมี นายธนชาติ แสงจันทร์เป็นอาจารย์ผู้ควบคุม)

 

 

          ประเภทอุดมศึกษา รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมกวีบัวแก้ว มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น (น.ส.นันทิดา นันสถิต นายสุธากร ภูผิวฟ้า น.ส.ธนาพร อุปนันท์ นายพัชรพล นาไชย โดยมี ผศ.สุคนธรัตน์ สร้อยทองดี เป็นอาจารย์ผู้ควบคุม) รองชนะเลิศอันดับที่ 1 ทีมพิจิตรกานท์พิมานเพลิง คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร (นายกฤษตนัย มั่นคง นายธนพล เทพพรมวงศ์ นายวชิรบดินทร์ เสนสุภา นายรัชชานนท์ สุขแก้ว โดยมี อ.ชวิน พงษ์ผจญ เป็นอาจารย์ผู้ควบคุม) รองชนะเลิศอันดับ 2 ทีมจัตวา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (นายภูวดล ภูโยฮาต นายกิตติกานต์ อร่ามรัศมี นายธีรโชติ ไกลวัลย์ นายกิตติวัฒน์ อรัญมิตร โดยมี ผศ.ดร.เบญจพร เหล่าวงษี เป็นอาจารย์ผู้ควบคุม) และรางวัลชมเชย 2 รางวัล ได้แก่ ทีมวรรณศิลป์ถิ่นอุดร  สาขาภาษาไทย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี (นายพนม สิทธิยา นายคณิศร โคตะพะกรณ์ น.ส.หฤทัย หาญธงชัย น.ส.สุชานาถ จิตภาค โดยมี อ.มัลลิกา มาภา เป็นอาจารย์ผู้ควบคุม) และ ทีมเบญศิลป์ คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (น.ส.กนกอร ทองที น.ศ.อรปรียา เหมือนเหลา น.ส.อภิญญา เพชรวิสัย นายชนาธิป จินารักษ์ โดยมี อ.มารศรี สอทิพย์ เป็นอาจารย์ผู้ควบคุม)

 

 

          กลอนกระดาษ ประเภทประชาชนทั่วไป “รางวัล โชติช่วง นาดอน” ปีที่ 2 รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นายอรรถพล โสตะพราหมณ์ จังหวัดบุรีรัมย์ รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ น.ส.จิตราวดี สุวะมาตร จังหวัดนครพนม รองชนะเลิศอันดับ 2 น.ส.อารียา ไชยลุม โรงเรียนอนุกูลนารี จังหวัดกาฬสินธุ์ และรางวัลชมเชย 2 รางวัลได้แก่ นายภูวดล ภูโยฮาต จังหวัดขอนแก่น และ นายชาครีย์ นิลสุข จังหวัดอุบลราชธานี

          ทั้งนี้ คณะผู้จัดการแข่งขันขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลทุกท่าน การเข้าร่วมแข่งขันนับเป็นส่วนสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้แสดงศักยภาพด้านภาษาไทย ฝึกฝนความคิดสร้างสรรค์ ปฏิภาณไหวพริบ และทักษะทางวรรณศิลป์ ตลอดจนร่วมสืบสานศิลปะการประพันธ์อันทรงคุณค่าของชาติให้คงอยู่และเจริญงอกงามสืบไป