เยี่ยมพิพิภัณฑ์ ชมภาพเหมือนทูตไทยในอดีต : ชาครีย์นรทิพย์ เสวิกุล
เที่ยวพิพิธภัณฑ์ Louvre Abu Dhabi ชมภาพเหมือน "โกษาปาน" ราชทูตสยามผู้สร้างประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย–ฝรั่งเศส
พิพิธภัณฑ์ Louvre Abu Dhabi เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่บนเกาะซะอาดิยัท (Saadiyat Island) ในกรุงอาบูดาบี ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองดูไบประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง โดยจัดตั้งขึ้นภายใต้ความตกลงระหว่างรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กับฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 2007 ซึ่งฝรั่งเศสกล่าวว่า เป็นโครงการด้านวัฒนธรรมของฝรั่งเศสที่ใหญ่ที่สุดในต่างประเทศ และให้สิทธิ์พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ในการใช้ชื่อ Louvre ได้ถึงปี ค.ศ. 2047 ในส่วนของพื้นที่นั้น มีพื้นที่ 24,000 ตารางเมตร โดยเป็นพื้นที่ห้องแกลเลอรีจัดแสดงศิลปะ 8,000 ตารางเมตร จึงเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในคาบสมุทรอาหรับ


ทั้งนี้ รัฐบาลรัฐอาบูดาบีมีเป้าหมายจะพัฒนาเกาะซะอาดิยัท ให้เป็นเขตวัฒนธรรม (Saadiyat Cultural District) เพื่อให้เป็นศูนย์กลางด้านศิลปะประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมชั้นนำของโลก โดยนอกจากพิพิธภัณฑ์ Louvre แล้ว ยังมีพิพิธภัณฑ์สำคัญ ๆ อื่น ๆ ที่ตั้งอยู่ในเขตนี้ อาทิ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติซาเยด (Zayed National Museum) ที่นำเสนอประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมของยูเออี และพระราชกรณียกิจของเชค ซาเยด บิน สุลตาน อัล นาห์ยาน (Sheikh Zayed bin Sultan Al Nahyan ) ผู้ก่อตั้งประเทศ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติอาบูดาบี (Natural History Museum Abu Dhabi) ศูนย์ศิลปะดิจิทัล teamLab Phenomena Abu Dhabi หรือพิพิธภัณฑ์ศิลปะกุกเกนไฮม์อาบูดาบี (Guggenheim Abu Dhabi) ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงปลายปี ค.ศ. 2026 ศกนี้ และจะเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะกุกเกนไฮม์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก


ตัวพิพิธภัณฑ์ Louvre Abu Dhabi จัดสรรพื้นที่ห้องแกลเลอรีจัดแสดงศิลปะถาวร 12 ห้อง แบ่งเป็นยุคต่าง ๆ ตั้งแต่โลกโบราณ (Ancient Worlds) ยุคกลาง (Middle Ages) ยุคสมัยใหม่ตอนต้น (Early Modern Times) และยุคสมัยใหม่ (Modern Era) โดยศิลปะที่จัดแสดงเป็นยุค ๆ นี้ ออกจะแตกต่างจากการจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ Louvre ในกรุงปารีสอยู่ไม่น้อย แต่ก็ทำให้เห็นความโดดเด่นและในบางกรณีก็ความเชื่อมโยงและความคล้ายคลึงกันของศิลปะในยุคเดียวกันจากหลากหลายวัฒนธรรมทั่วโลก


ค่าบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ราคา 70 ดีแรห์ม (ประมาณ 640 บาท) ตอนที่พวกเราซื้อบัตรนั้น เวลาก็สี่โมงกว่าแล้ว และ จนท. ย้ำว่าพิพิธภัณฑ์จะปิดเวลาหกโมงเย็น ทำให้เรามีเวลาไม่มากนัก แต่ก็มุ่งมั่นที่จะไปชมภาพเหมือนของเจ้าพระยาโกษาธิบดีให้ได้ โดยภาพดังกล่าวจัดแสดงอยู่ในห้องแกลเลอรียุคสมัยใหม่ ซึ่งอยู่ในส่วนท้ายของพิพิธภัณฑ์ ซึ่งทำให้พวกเราใจเต้นด้วยความลุ้นระทึกไม่น้อยว่าจะได้ชมภาพก่อนพิพิธภัณฑ์ปิดหรือไม่


แต่ในที่สุด พวกเราก็พบภาพเหมือนของเจ้าพระยาโกษาธิบดีวาดโดยชาวจิตรกรชาวฝรั่งเศส Antoine Benoist เมื่อปี ค.ศ. 1686 ยุคสมเด็จพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 อายุ 340 ปี ซึ่งจัดแสดงอย่างโดดเด่นบนกำแพงด้านหนึ่งของแกลเลอรี คู่กับภาพ Portrait of an African Lady Holding a Table-clock จากปี ค.ศ. 1560 โดย Annibale Carracci (1560 - 1609)

เป็นที่ทราบกันดีว่า ท่านโกษาปานเป็นหนึ่งในขุนนางที่มีบทบาทสำคัญในราชสำนักอยุธยามาตั้งแต่ครั้งรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และได้การโปรดเกล้าฯ ให้เป็น ราชทูตหรือหัวหน้าคณะทูตของไทยเดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรีกับราชอาณาจักรฝรั่งเศสใน พ.ศ. 2229 นับเป็นทูตสยามคนแรกที่ไปเยือนฝรั่งเศส และเป็นเหตุการณ์สำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์การทูตไทยในสมัยโบราณ โดยคณะราชทูตประกอบด้วยท่านโกษาปาน ในฐานะราชทูต, ออกหลวงกัลยาราชไมตรี (อุปทูต), ออกขุนศรีวิสารวาจา(ตรีทูต), พร้อมด้วยบาทหลวงเดอ ลีออง และผู้ติดตามรวมกว่า 40 คน เดินทางออกจากกรุงศรีอยุธยาเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2229 และได้เข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส ณ พระราชวังแวร์ซาย เมื่อวันที่ 1 กันยายน ปีเดียวกัน โดยคณะทูตฯ เดินทางกลับถึงกรุงศรีอยุธยาเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2230

ในฐานะนักการทูตไทย การได้มาเห็นภาพเหมือนของเจ้าพระยาโกษาธิบดีภาพนี้ด้วยตาตนเอง รวมถึงได้ใกล้ชิดกับภาพของทูตสยามคนสำคัญท่านนี้ขนาดนี้และได้ทอดสายตาชมภาพเก็บรายละเอียดต่าง ๆ ไว้เช่นนี้ ทำให้ผมขนลุกด้วยความตื้นตันใจและความภาคภูมิใจอย่างมาก นอกจากนี้ ยังเป็นการเติมกำลังใจและความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่และภารกิจของผมในดูไบเป็นอย่างยิ่ง


//............................
หมายเหตุ : เยี่ยมพิพิภัณฑ์ ชมภาพเหมือนทูตไทยในอดีต : คอลัมน์ “ร้อยเรื่องเล่ารอบโลก” โดย ชาครีย์นรทิพย์ เสวิกุล : บางกอกไลฟ์นิวส์
//...........................
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง "ร้อยเรื่องเล่ารอบโลก"