เมื่อบทกลอน 'สุนทรภู่' ข้ามเวลาฟาด 'สติ' คนยุคใหม่
รู้หรือไม่? 'สุนทรภู่' ไม่ได้มีดีแค่กลอนรัก! เปิดลายแทง 'วิชาชีวิต' ที่ครูกวีทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลัง สอนอะไรบ้างมาดู
เมื่อพูดถึงชื่อ "สุนทรภู่" ภาพจำของใครหลายคนคงหนีไม่พ้นเชกสเปียร์เมืองไทย กวีเอกผู้แต่งกลอนรักหวานซึ้งจนคนอินกันทั้งพระนคร จนหลายคนอาจคิดไปได้ว่า ลายหมึกของท่านมีไว้เพื่อความบันเทิงและจินตนาการเท่านั้น
แต่ความจริงแล้ว "สุนทรภู่" ไม่ได้มีแค่กลอนรักเท่านั้น
หากลองปัดฝุ่นย้อนความทรงจำสมัยเรียน "หนังสือวรรณคดี" แล้วมองผ่านเลนส์ของคนในยุคปัจจุบัน จะพบว่าสิ่งที่ครูกวีท่านนี้ทิ้งไว้ให้ ไม่ใช่แค่สัมผัสนอกสัมผัสในที่ไพเราะ แต่ท่านได้ซ่อน "วิชาชีวิต" ข้ามเวลาฟาด "สติ" คนทุกยุคได้อย่างเฉียบคมและหยิบใช้สอนใจได้ในชีวิตจริง
มาดูกันว่า บทกลอน ลายแทง "วิชาชีวิต" ที่ "สุนทรภู่" ทิ้งไว้ให้เราเอาตัวรอดในโลกยุคนี้ มีอะไรบ้าง
บทกลอน จาก พระอภัยมณี
"แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน"
ด้วยยุคสมัยที่มิจฉาชีพ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ข่าวปลอม ว่อนโซเชียล และปฏิเสธไม่ได้ว่า คนยุคนี้โดนหลอกง่ายมาก เพราะ "ความโลภ" และ "ความกลัว" ซึ่งบทกลอน "สุนทรภู่" ไม่ได้แค่เตือนแค่เรื่องเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด หรือคนใกล้ชิดสนิทชิดเชื้อหลอกลวงเท่านั้น
แต่กำลังสอนใจคนยุคนี้ให้ตระหนักว่า ไม่ว่าเทคโนโลยีก้าวไกลแค่ไหน ก็สู้ความโกงในใจคนไม่ได้
ฉะนั้น "อย่าโลภ อย่าเชื่อ อย่าแชร์ และอย่ากด"
บทกลอนจาก นิราศภูเขาทอง
"ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์ มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต แม้นพูดชั่วตัวตายทำลายมิตร จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา"
ซึ่งคนยุคนี้มีแพลตฟอร์มออนไลน์มากมายเป็นพื้นที่ให้ใช้ในการแสดงความคิดเห็น แต่คนส่วนใหญ่มักใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล พิมพ์ด่าต่อว่าคนอื่น หรือคอมเมนต์ด่าเอาความสะใจ โดยขาดการตรวจสอบ สุดท้ายไม่ได้จบแค่เอ่ยปากขอโทษ แต่อาจต้องมีคดีความติดตัว
ดังนั้น อย่าเก่งแต่หลังแป้นพิมพ์ เพราะถ้าขาดสติเมื่อไหร่ กระเช้าเขาไม่รับ เขารับเป็นเงินสดเสมอ
บทกลอน จาก สุภาษิตสอนหญิง
"เป็นมนุษย์สุดนิยมเพียงลมปาก จะได้ยากโหยหิวเพราะชิวหา แม้นพูดดีมีคนเขาเมตตา จะพูดจาจงพิเคราะห์ให้เหมาะความ"
อีกหนึ่งบทกลอนที่สอนใจคนรุ่นใหม่ได้เจ็บจี๊ด คือ "อย่าหากินกับลมปากหรือภาพลวงตา" เพราะอย่าลืมว่าในอดีตถ้าโกหกแล้วโดนจับได้ แค่ย้ายเมืองหนีคนก็ลืมแล้ว แต่ยุคปัจจุบันนี้มีสิ่งที่เรียกว่า Digital Footprint หรือ รอยเท้าดิจิทัล ทุกภาพที่เคยอวด ทุกข้อความที่เคยโพสต์หลอกคนไว้บนโลกออนไลน์ มันไม่มีวันหายไปไหน ต่อให้กดลบ ชาวเน็ตก็แคปทันอยู่ดี และเมื่อความจริงถูกเปิดเผย ชีวิตก็พังไม่มีชิ้นดีไปแล้ว
และนี่คือ บทกลอนของ "สุนทรภู่" ที่ให้ทั้งแง่คิด เตือนสติ แนะนำ และวางทางรอดไว้ อยู่ที่ว่า ใครจะ "ฉุกคิดและปรับใช้" กับชีวิตตัวเองอย่างไร
....หยิบบทกลอนมาสอนใจให้มีสติเข้าไว้นะทุกคน...
บทความเกี่ยวข้องกับ “สุนทรภู่”
- ร่วมสืบสานวรรณศิลป์ งานวันสุนทรภู่
- ประกาศผล 'นักเลงกลอนนอนเปล่าก็เศร้าใจ' ครั้งที่ 7 แล้ว
- รำลึก 26 มิถุนายน 2569 “สุนทรภู่”
- ประกาศผล 'นักเลงกลอนนอนเปล่าก็เศร้าใจ ครั้งที่ 7'