คุยกับ 'รินศรัทธา' เจ้าของผลงานหนังสือบทกวีที่ได้รับเลือก โครงการอ่านหนังสือลดวันต้องโทษ
'เพราะบทกวีเป็นมากกว่าตัวอักษร เสมือนกลอนสร้างความหมายของชีวิตให้ผู้ต้องขัง' ชวนคุยกับ ‘รินศรัทธา กาญจนวตี’ เจ้าของผลงานหนังสือบทกวีที่ได้รับคัดเลือกใน 'โครงการอ่านหนังสือลดวันต้องโทษ'
เจ้าของผลงาน เปิดใจถึงความรู้สึกหลังได้รับคัดเลือกเป็นส่วนหนึ่งใน โครงการอ่านหนังสือลดวันต้องโทษ “Read for Release” ประเภทหนังสือบังคับอ่านในหมวดกวีนิพนธ์ ที่ถ่ายทอดมุมมองความหมายของชีวิตผ่านนามปากกา “รินศรัทธา กาญจนวตี” ที่บรรจงเป็นหนังสือ “ทุกขณะกระจ่างชัดสัมผัสใจ” และ “ดวงตากวี” จากสำนักพิมพ์ ออนอาร์ต การันตีด้วยรางวัลจาก สพฐ.และเซเว่นบุ๊คอวอร์ด

หทัยรัตน์ จตุรวัฒนา หรือ ลูกหมู เจ้าของนามปากกา รินศรัทธา กาญจนวตี ผู้บรรจงตัวอักษรเล่าเรื่องผ่าน หนังสือ “ทุกขณะกระจ่างชัดสัมผัสใจ” และ “ดวงตากวี” ซึ่งได้รับคัดเลือกในโครงการอ่านหนังสือลดวันต้องโทษ พร้อมเธอยังได้รับรางวัลมากมายในปี 2569 ถือเป็นผู้มีแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานกวีจากมุมมองที่แตกต่าง การนิยามความหมายของชีวิตที่ต่างออกไป โดยเธอมีต้นแบบงานเขียนของ “อาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์” ศิลปินแห่งชาติ ยึดเป็นแนวทางสร้างสรรค์ผลงานที่ซื่อตรงต่อความรู้สึกถ่ายทอดผ่านตัวอักษรสู่คนอ่าน

“สิ่งที่เราเขียนได้เป็นพลังใจ เป็นเพื่อนเขา ทำให้เขาอยากมีชีวิตต่อไปจนพ้นโทษออกมา คืนสู่สังคมเพื่อสร้างความหมายให้ชีวิตตัวเองและคนอื่น เราก็รู้สึกว่ามันคือความสำเร็จที่แท้จริงของการเขียนหนังสือแล้ว เพราะโอกาสการเข้าถึงความรู้ต่าง ๆ ข้างในนั้นถูกจำกัดโดยเงื่อนไขบางอย่างที่ตัวเองก็ประสบในลักษณะที่แตกต่างกัน” น้ำเสียงลูกหมู บ่งบอกความรู้สึกดีใจในผลงานของตัวเองที่เป็นมากกว่ารางวัล แต่ได้เป็นเพื่อนร่วมทางของเหล่าคนหลังกำแพงที่รอวันพ้นโทษออกจากเรือนจำสู่สังคม
ลูกหมู ยังบอกเล่าถึงการเขียนที่ลึกซึ้งไม่ใช่เพียงการเรียงอักษรให้เสียงสัมผัสกันเท่านั้นว่า เพราะการสร้างผลงานชิ้นนึง “คนเขียนต้องรู้สึกจริง ๆ คนอ่านถึงจะรู้สึกตาม” ถ้าคนเขียนรู้สึกไม่จริง ไม่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเอง จะอ่านยังไงก็ไม่รู้สึก เพราะขาดอารมณ์ ขาดความรู้สึกของคนเขียน
และนี่คือ “เทคนิคการสร้างสรรค์” ผลงานของลูกหมูที่ได้จากอาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ผู้เป็นต้นแบบในการเขียนบทกวี ที่เริ่มจากฝึกเขียนวันละบทในวันนั้นสู่การตีพิมพ์เป็นหนังสือในปัจจุบัน

อาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
ระหว่างทางที่ไม่ได้ราบเรียบย่อมมีอุปสรรคมาท้าทายเสมอ ลูกหมูยังบอกเล่าชวนให้ฉุกคิดได้ว่า “เพราะโลกนี้ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ ยิ่งด้วยข้อจำกัดที่เราตาบอด แต่เราพยายามหาวิธี เรารู้สึกว่ามันเป็นแค่ข้อจำกัดที่เหมือนแบบฝึกหัดของความฝัน ไม่ใช่สิ่งที่ทำลายชีวิตเรา เราก็แค่ลองหาวิธีเพื่อให้แบบฝึกหัดนี้ผ่าน” เสียงสะท้อนแห่งความตั้งใจ พลังความรู้สึกที่ทำให้เห็นการก้าวข้ามข้อจำกัดบางอย่างในชีวิตของเธอคนนี้ “ลูกหมู” ผู้ไม่ย่อท้อและมองเป็นเพียงสิ่งเล็ก ๆ ที่มาทดสอบความฝันเรา

หทัยรัตน์ จตุรวัฒนา หรือ ลูกหมู เจ้าของนามปากกา รินศรัทธา กาญจนวตี
เพราะทุกการสร้างสรรค์เริ่มจากวาง ‘แนวคิด’
ลูกหมู เล่าถึงหนังสือที่เธอได้สร้างสรรค์ขึ้นมาจากปลายปากกาว่า การทำงานเขียน เป็นการเริ่มต้นมองจากเรื่องราว ภาพจำต่าง ๆ เช่น การเห็นภาพจำ เรื่องราวของตัวเองช่วง ตอน ม. 1 กับตอนปี 1 ไม่เหมือนกันแต่ยังคงความซื่อสัตย์กับความรู้สึกอยู่ และสิ่งนี้หล่อหลอมให้กลายเป็นเรื่องเล่าที่เสมือนหนังสือเล่มใหม่ “เพราะเราอยู่บนโลกใบเดียวกัน” ที่นำเสนอมุมมองที่ท้าทายความหมายเดิมที่สังคมนิยามไว้ เช่น เรื่องของคุณลุงที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงตอนพี่ลูกหมูลงพื้นที่ คนทั่วไปก็จะรู้สึกสงสาร และคิดว่าคุณลุงต้องเป็นทุกข์เพราะถูกขังในร่างกายตัวเอง แต่ความจริงคุณลุงก็ยังสามารถขยับมือวาดรูปได้ปกติจึงเป็น “การท้าทายความหมายเดิม การตั้งมุมมอง ตั้งแนวคิดว่ามันคือความเปราะบางจริงไหม? หรือคุณลุงถูกขังจริง ๆ เหรอ? ในเมื่อมือและใจยังขยับได้อยู่”
และนี่คือ วิธีคิดในการรังสรรค์งานเขียนของเธอที่คมคาย ลึกซึ้ง มองเรื่องราวของผู้คนที่มีอะไรที่ลึกและเผยแง่มุมที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอ่านได้ และยังส่งต่อพลังให้คนที่อยากเริ่มต้นเขียนได้กล้าที่จะลงมือทำจากมุมมองที่ลึกซึ่ง เข้าใจแก่นแท้ของชีวิต
“ถ้าอยากเขียนก็เขียนเลย ก็เริ่มลงมือทำได้เลย ไม่ต้องจำกัดเทคนิคหรือวิธีการอะไรที่ละเอียดซับซ้อนมากขนาดนั้น ถ้าเราได้เริ่มออกเดิน เส้นทางจะเปิดให้เราเอง” ลูกหมูทิ้งท้ายฝากให้กำลังใจเหล่านักเขียนที่กำลังเริ่มต้นเขียน

เพราะเราอยู่บนโลกใบเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ผลงานเรื่อง “ทุกขณะกระจ่างชัดสัมผัสใจ” ยังได้รับรางวัลชนะเลิศประเภทกวีนิพนธ์ “เซเว่นบุ๊ค อวอร์ด” ครั้งที่ 16 และรางวัลดีเด่นประเภทหนังสือกวีนิพนธ์จาก สพฐ.
และหนังสือเรื่อง “ดวงตากวี” ได้รับรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 19 ทั้งสองเล่มเข้ารอบ shortlist ของซีไรต์ ตีพิมพ์โดย สำนักพิมพ์ออน อาร์ต
รวมทั้ง หนังสือทั้ง 2 เล่มนี้ ล่าสุดได้รับการคัดเลือกเป็นหนังสือบังคับอ่านในหมวดกวีนิพนธ์ของ “โครงการอ่านหนังสือลดวันต้องโทษ” เป็นนโยบายของ “กรมราชทัณฑ์” ที่เล็งเห็นการเปิดโอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของคนหลังกำแพง
เพื่อส่งเสริมให้ผู้ต้องขังได้รับความรู้จากการอ่าน ทักษะการประกอบอาชีพ เสริมสร้างนิสัยรักการอ่าน การแสวงหาความรู้ และการพัฒนาตนเองให้มีคุณภาพ ให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขโดยไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำภายหลังพ้นโทษ
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการอ่านหนังสือลดวันต้องโทษตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว อยู่ในกระบวนการของการแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560
ปัจจุบัน กรมราชทัณฑ์จึงเริ่มดำเนินการ “อ่านหนังสือเลื่อนชั้น” ควบคู่ไปกับการแก้กฎหมาย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังได้รับการพิจารณาเลื่อนชั้น โดยใช้การอ่านหนังสืออีกทางเลือกหนึ่ง
หลักเกณฑ์ และเงื่อนไข ในการอ่านหนังสือประกอบการเลื่อนชั้น คือ
1. นักโทษเด็ดขาดที่สามารถใช้ผลการประเมินการอ่านเพื่อประกอบการเลื่อนชั้น จะต้องมีผลการประเมินการอ่านหนังสือ จำนวน 2 เล่ม (ประเภทบังคับ จำนวน 1 เล่ม และประเภทเสรี จำนวน 1 เล่ม)
2. ประเภทหนังสือที่ใช้อ่านประกอบการเลื่อนชั้น ได้แก่
- หนังสือประเภทบังคับ
- หนังสือประเภทเสรี (นักโทษเด็ดขาดสามารถเลือกหนังสือได้ตามความสนใจ โดยคณะกรรมการระดับเรือนจำพิจารณาตามความเหมาะสม)
ซึ่งในขณะนี้มีหนังสือประเภทบังคับในโครงการ รวมทั้งสิ้น 93 เล่ม โดยแบ่งออกเป็น 7 หมวด และหนังสือที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกเพิ่มเติม จำนวน 71 เล่ม รวมถึงหนังสือภาพสำหรับเด็ก จำนวน 22 เล่ม
เมื่อการอ่านคือรากฐานของชีวิต
....“หนังสือ” อาจกลายเป็นกุญแจดอกสำคัญ
ที่ปลดล็อกอนาคตของใครหลายคนให้กลับมาใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าอีกครั้งได้...
...เรื่องโดย : นางสาวกัลยภัคค์ ชำนาญพูด...