“เวียดนาม” จัด “เทศกาลกวีนิพนธ์นานาชาติ ครั้งที่ 2”
“เวียดนาม” จัด “เทศกาลกวีนิพนธ์นานาชาติ ครั้งที่ 2” กวีไทย “เกศณี ไทยสนธิ” ร่วมงาน ร่ายบทกวี แลกเปลี่ยน “วรรณกรรม – ศิลปะ” กระชับความสัมพันธ์ พร้อมเยี่ยมชม “หอวรรณกรรมเวียดนาม”
หอวรรณกรรมเวียดนาม (Bảo tàng Văn học Việt Nam) ได้จัดพิธีต้อนรับคณะนักเขียนและกวีนานาชาติ เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมา ในโอกาสเดินทางเยือนกรุงฮานอยเพื่อเข้าร่วมเทศกาลกวีนิพนธ์นานาชาติ ครั้งที่ 2 โดยมี นางเหวียนธิทู (Nguyen Thi Thu) ผู้อำนวยการหอวรรณกรรมเวียดนาม ส่งผู้แทนให้การต้อนรับกลุ่มกวีและนักเขียนจาก "หุบเขาศิลปิน" (Doi Nghe Si) ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนนักเขียนและกวีที่เดินทางมาจากหลากภูมิภาค อาทิ ประเทศไทย ฮังการี เกาหลี ไต้หวัน และอุซเบกิสถาน เป็นต้น พร้อมนำชมร่องรอยทางประวัติศาสตร์วรรณกรรมที่ทรงคุณค่า



ภายในหอวรรณกรรมแห่งนี้ถูกจัดแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 4 ชั้น เพื่อสะท้อนวิวัฒนาการของจิตวิญญาณนักเขียนชาวเวียดนาม ดังนี้
ชั้นที่ 1: ยุคโบราณและมหากวี จัดแสดงประวัติและผลงานของปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ อาทิ เหวียนซู (Nguyễn Du) และ เหวียน จ๋าย (Nguyễn Trai)
ชั้นที่ 2: ยุคตำนานและการสร้างชาติ บอกเล่าเรื่องราวของเหล่านักเขียนยุคบุกเบิกและบุคคลสำคัญของโลกอย่าง ประธานโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh) รวมถึงนักเขียนชั้นครูอย่าง นามกาว (Nam Cao)


ชั้นที่ 3 และ 4: ยุคร่วมสมัยและยุคใหม่ นำเสนอความเคลื่อนไหวของวรรณกรรมในปัจจุบันที่เชื่อมโยงกับโลกสากล
บรรยากาศการเยี่ยมชมเต็มไปด้วยความอบอุ่น โดยมีกวีและนักแปลชื่อดังอย่าง คิวบิกฮาว (Kieu Bich Hau) และ เหวียนคานเฟือง (Nguyen Khanh Phuong) ร่วมเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดเนื้อหาและแลกเปลี่ยนทัศนะทางวรรณกรรมกับคณะกวีนานาชาติอย่างใกล้ชิด สร้างความประทับใจและกระชับความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมผ่านตัวอักษรอย่างยั่งยืนอีกด้วย



ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 20-25 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมา กรุงฮานอยได้เป็นเจ้าภาพจัดงานเทศกาลกวีนิพนธ์นานาชาติครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิด “Harmony” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้พลังแห่งวรรณกรรมและศิลปะในการสร้างความเข้าใจและกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศทั่วโลก

งานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากเจ้าภาพ ศิลปินและกวีระดับแถวหน้าของเวียดนามจากกลุ่ม “หุบเขาศิลปิน” (Doi Nghe Si) นำโดย วานบาว (Van Bau) และ บางไอโธ (Bang Ai Tho) ร่วมต้อนรับคณะตัวแทนกวีและนักเขียนจากนานาชาติที่มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองทางวรรณกรรม อาทิ
ฮังการี: พัล ดาเนียล ลาเวนเต้ (Pal Daniel Levente)
อุซเบกิสถาน: เชอซอด อาติคอฟ (Sherzod Artikov)
เกาหลีใต้: จางกอนซอบ (Jang Geon Seob), ปาร์คอินซุก (Park In Sook) และ ลีจองอิน (Lee Jeong In)
ไต้หวัน: เชนเทอมิน (Chen Te Min)
ไทย: เกศณี ไทยสนธิ (Gassanee Thaisonthi)

นอกเหนือจากการร่ายบทกวีแล้ว คณะกวีผู้แทนจากชาติต่าง ๆ ยังได้ร่วมกิจกรรมซึมซับวัฒนธรรมท้องถิ่น ณ หมู่บ้านวัฒนธรรมในจังหวัดไทยเหวียน รวมถึงการอ่านบทกวีท่ามกลางทัศนียภาพของทะเลสาบบาไบ่และภูเขาตันเวียน ซึ่งถือเป็นสถานที่สำคัญทางจิตวิญญาณและประวัติศาสตร์ของชาวเวียดนาม


ภายในงานยังมีบุคคลสำคัญในแวดวงวรรณกรรมเวียดนามเข้าร่วมอย่างคับคั่ง อาทิ คิวบิกฮาว (Kieu Bich Hau), เหวียนคานเฟือง (Nguyen Khanh Phuong) และ โวทินูมาย (Vo Thi Nhu Mai) ภัณฑารักษ์วรรณกรรมชื่อดัง ซึ่งมาร่วมเป็นสักขีพยานในการใช้ “บทกวีและดนตรี” เป็นภาษาสากลเพื่อเชื่อมโยงโลกที่ซับซ้อนให้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น รวมถึงกวีรุ่นเยาว์ดาวรุ่งอีร่า (Eira Quynh Huong) มาร่วมสร้างสีสันในวันสุดท้าย

เทศกาลในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเผยแพร่ผลงานศิลปะ แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการกระชับมิตรภาพและสร้างความเข้าใจในเรื่องราวชีวิตที่หลากหลายของแต่ละประเทศผ่านจิตวิญญาณแห่งวรรณกรรมอย่างแท้จริง

ข่าวภาษาอังกฤษ / English Version
https://www.bangkoklifenews.com/17486217/20260416vietnam-en