“กิตติ สิงหาปัด” รางวัลศรีบูรพา ประจำปี 2569

คณะกรรมการกองทุนศรีบูรพา ประกาศ “รางวัลศรีบูรพา” ประจำปี 2569 ได้แก่ นายกิตติ สิงหาปัด

 

ประวัติ นายกิตติ สิงหาปัด

นักเขียนรางวัลศรีบูรพา ประจำปี 2569

 

           ผู้ประกาศข่าวและสื่อมวลชนอาวุโสที่มีประสบการณ์กว่า 30 ปี โดดเด่นด้านการทำข่าวเชิงวิเคราะห์ “ข่าว 3 มิติ” ที่มีความน่าเชื่อถือ ถึงลูกถึงคน และมุ่งเน้นประโยชน์สาธารณะ ได้รับรางวัลยืนยันความสามารถมากมาย เช่น รางวัลเมขลา รางวัลนาฏราช และรางวัลโทรทัศน์ทองคำ เป็นต้น 

 

 

           กิตติ สิงหาปัด เกิดวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2507 ที่อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ระดับปริญญาตรีครั้งแรก เกษตรศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสัตวบาล (ปัจจุบันคือ สาขาวิชาสัตวศาสตร์อุตสาหกรรม) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และปริญญาตรี ครั้งที่ 2 นิเทศศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และจบการศึกษาปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

           หลังจากจบปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2530 กิตติเริ่มต้นงานแรก โดยเป็นผู้แทนจำหน่ายเวชภัณฑ์สัตว์ ของบริษัท ไฟเซอร์ อินเตอร์เนชันแนล จำกัด เป็นระยะเวลาสั้น ๆ ประมาณ 1 ปี

           ต่อมาใน พ.ศ. 2531 กิตติเข้าสมัครเป็นทีมงานรายการใหม่ ชื่อ “เกษตรสนทนา” ของ บริษัท แปซิฟิก อินเตอร์คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ตามประกาศในหนังสือพิมพ์ และได้เริ่มต้นงานด้านโทรทัศน์นับแต่บัดนั้น

           หลังจากนั้น กิตติยังคงปฏิบัติงานในแปซิฟิกฯ อีกหลายอย่าง อาทิ ผู้ควบคุมการผลิตรายการโทรทัศน์ ผู้เขียนบท ผู้บรรยาย และผู้ดำเนินรายการสารคดีโทรทัศน์ โดยบรรยายสารคดีเนชั่นแนลจีโอกราฟิก ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 พิธีกรรายการเผชิญหน้าสภาวะแวดล้อม ผู้สื่อข่าว ผู้ประกาศข่าวทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 เป็นต้น

           ตลอดระยะเวลา 8 ปี กิตติได้ร่วมเป็นหนึ่งในทีมข่าวชุดแรกของสถานีโทรทัศน์ไอทีวี และเป็นผู้ประกาศข่าวที่ออกจอไอทีวีเป็นครั้งแรก พร้อมกับ นายเทพชัย หย่อง ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวไอทีวีในขณะนั้น และยังคงเป็น ผู้ประกาศข่าวมือหนึ่ง ในข่าวภาคค่ำไอทีวี คู่กับ นางสาวสายสวรรค์ ขยันยิ่ง ตลอดมา

           จนกระทั่ง วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2547 กิตติก็เข้าเป็นผู้ประกาศข่าวหลักในรายการ ไอทีวี ฮอตนิวส์ 
ที่ออกอากาศทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 21.40-22.30 น. (ภายหลังเปลี่ยนเวลาออกอากาศเป็น 21.10-22.10 น.) ซึ่งเป็นหนึ่งในรายการตามผังรายการใหม่ แม้จะเปลี่ยนชื่อสถานีเป็น ทีไอทีวี รายการนี้ก็ยังคงผลิตอยู่ โดยใช้เพียงชื่อ ฮอตนิวส์ เท่านั้น จนกระทั่งวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 กิตติก็ตัดสินใจลาออกจากทีไอทีวี

           ต่อมาในวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 กิตติเริ่มงานเป็นผู้ประกาศข่าวค่ำ ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี ในทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 19.00-20.15 น. ระหว่างนั้น (ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2551) ก็เป็นพิธีกรรายการวันนี้ที่รอคอย ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี จนกระทั่งวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 กิตติก็ขอลาออกจากโมเดิร์นไนน์ทีวี พร้อมกับก่อตั้ง บริษัท ฮอตนิวส์ จำกัด เพื่อผลิตรายการ ข่าว 3 มิติ พร้อมกับเป็นผู้ประกาศข่าวในรายการนี้ด้วยตนเอง โดยออกอากาศทุกวันพุธ-วันจันทร์ (ทุกวัน เว้นวันอังคาร จนกระทั่งใน พ.ศ. 2557 จึงได้เพิ่มวันออกอากาศในวันอังคาร ส่งผลให้รายการออกอากาศทุกวันตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา) เวลา 22.30-23.00 น.(ต่อมาเปลี่ยนเป็น 21:45-22:30 น.) ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2551

           ต่อมาในปี พ.ศ. 2567 กิตติเป็นพิธีกรรายการ ตุ้มโฮม ซึ่งเป็นรายการปกิณกะทอล์กโชว์ภาษาอีสาน ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 17.30-18.00 น. ทางช่อง 3 เอชดี ตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

 

จุดเด่นสำคัญของ กิตติ สิงหาปัด   

  • ประสบการณ์และความเป็นมืออาชีพ อยู่ในวงการข่าวมายาวนานกว่า 36 ปี ทำให้มีความแม่นยำและเข้าใจบริบทข่าวได้เป็นอย่างดี
  • การนำเสนอข่าวที่เจาะลึก พร้อมด้วยทีมนักข่าวที่ลงพื้นที่จริง ให้เวลากับการทำข่าวแต่ละข่าว
    ไม่ฉาบฉวย เร่งร้อน แต่เน้นความถูกต้อง สารประโยชน์ และผลที่จะเกิดขึ้นอย่างแท้จริง 
  • ยึดมั่นการทำข่าวเพื่อประโยชน์สาธารณะ เน้นคุณภาพของเนื้อหา ไม่เน้นข่าวดราม่าเรียกเรตติ้ง
    เขาเคยให้สัมภาษณ์กับ The Momemtum ว่า

           “ผมค่อนข้างเป็นกลุ่มที่อยู่ในสายเลือกประเด็นที่อาจจะเรียกในเชิงทฤษฎีหน่อยว่า เป็นข่าวที่มีคุณค่าทางวารสารศาสตร์ คือคนที่เรียนวารสารศาสตร์มาทุกคนจะรู้ว่า ข่าวที่มีคุณค่าทางวารสารศาสตร์จะต้องเป็นข่าวที่เอา Public เป็นตัวตั้ง หมายถึงต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ได้ทำข่าวให้นาย ก.หรือนาย ข.ดูคนเดียว หรือเฉพาะกลุ่มแม่บ้านดู ข่าวที่สื่อหรือ Mass Media ต้องนำเสนอ ควรจะเป็นอะไรที่รับใช้ Public ถ้าให้นิยามง่ายๆ คือ อะไรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสาธารณะโดยสาธารณะและเป็นประโยชน์กับคนหมู่มาก”

           “เราเป็นฐานันดรที่ 4 เป็นหมาเฝ้าบ้าน นี่คือหน้าที่ เพราะถ้าเราไม่ทำ ก็ไม่มีคนทำใช่ไหม คือพวกบล็อกเกอร์หรือยูทูบเบอร์ เขาจะทำอะไรก็ได้ เขาเสิร์ฟเฉพาะคนที่มาติดตาม คนที่กด Subscribe แต่เราเป็นสื่อ ‘สื่อมวลชน’ ผมเลยยึดเสมอว่าประเด็นที่เราจะนำเสนอต้องเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ เช่น การทุจริตคอร์รัปชันมีคนทุจริตเงินหลวง เงินหลวงคือ Public คือเงินภาษี เพราะฉะนั้นเราก็ต้องเจาะ ต้องกระชากประเด็นออกมา แต่ถ้ามีคนโกงกัน 2 คนอย่างนี้ เราไม่สนใจ แม้ข่าวช่องอื่นจะเล่นกันหนัก แต่ก็เป็นเงินส่วนตัวเขา หรือเจ้าบ่าวเทขันหมากเจ้าสาว นี่ไม่ใช่ข่าว 3 มิติ แต่คนอื่นบอกว่า โดนเทขันหมากนี่เรื่องใหญ่นะ แต่มันไม่ใช่ทัศนะของวารสารศาสตร์ มันก็โกงกันทั่วบ้านทั่วเมือง คุณก็ไปแจ้งตำรวจตำรวจ ไล่จับก็จบ”

           “มีบางยุคผู้บริหารบางคนเขาจะสั่งให้พวกอธิบดี พวกปลัดฯ ว่า ดูข่าว 3 มิติทุกคืนนะ ให้ลูกน้องมอนิเตอร์ไว้ เพราะเขาอาจจะไปเจาะงานในกระทรวงเรา ถ้ามี พรุ่งนี้ต้องรีบแก้ เช่น ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าหรือกากอุตสาหกรรม ไม่ใช่ทําข่าวแล้วหายไปในสายลม คือนักข่าวก็จะไม่มีกําลังใจไม่มีความหมาย แต่ถ้าเรารู้สึกว่า ข่าวเราออกอากาศแล้วมีการแก้ไขทันทีก็จะมีแรง อย่างเมื่อก่อนถ้าไปทำข่าวน้ำท่วม ผมลงไปจุดไหน พรุ่งนี้การช่วยเหลือเข้าไปทันที จนคนเขาบอกขำๆ ว่า เขาทำงานแก้ไขตามข่าว 3 มิติ แง่หนึ่งก็ทำให้เรารู้สึกว่างานที่เราทำมีความหมาย”

 

ผลงานเขียน

           หนังสือ “ประเด็นข่าวร้อน เบื้องหลังข่าวลึก” บอกเล่าถึงชีวิตในช่วงเรียนมหาวิทยาลัย และประสบการณ์ในการทำงานโทรทัศน์  เบื้องหลังการทำข่าวและการรายงานข่าว รวมถึงสะท้อนทัศนคติต่อประเด็นข่าวร้อนต่าง ๆ ในสังคม จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ เนชั่น บุ๊คส์  เมื่อปี พ.ศ. 2549  

 

รางวัลด้านสื่อ

  • ผู้ประกาศข่าวชายดีเด่น รางวัลเมขลา 2541
  • ผู้ประกาศข่าวชายดีเด่น รางวัลโทรทัศน์ทองคำ 2542 และ 2544
  • ผู้ประกาศข่าวชายดีเด่น รางวัล สตาร์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ อวอร์ด 2547
  • ผู้ประกาศข่าวชายดีเด่น รางวัล ท็อป อวอร์ด 2548
  • ผู้ประกาศข่าวยอดเยี่ยม รางวัล top awards 2008
  • รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 1 ประจำปี 2552 ประเภท ผู้ประกาศข่าวยอดเยี่ยม
  • รางวัลเมขลา ครั้งที่ 24 สาขาพิธีกรข่าวชายดีเด่นมหานิยมแห่งปี

 

รางวัลด้านสังคม

           ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ “Stand with Refugees” จากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เนื่องในวันผู้ลี้ภัยโลก เมื่อปี พ.ศ. 2561 โดยรางวัลนี้มอบให้เพื่อยกย่องความทุ่มเทในการช่วยเหลือผู้ลี้ภัย โดยการเป็นกระบอกเสียงและระดมทุนผ่านโครงการ “Nobody Left Outside” (เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างนอก) เพื่อช่วยเหลือที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2559 

           นอกจากนี้ เขายังให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยนำเสนอผ่านทางรายการอยู่เสมอ และยังมีความสนใจในการทำเกษตรยั่งยืนอีกด้วย