261017de

รมว.ดีอี เปิดงาน “DE Digital Shield Forum” ครั้งที่ 3 ปักหมุดอุทัยธานี สร้างเกราะคุ้มกันภัยออนไลน์จากโรงเรียนสู่ชุมชน

          นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดกิจกรรมนิทรรศการรณรงค์ต้านภัยออนไลน์สัญจร (DE Digital Shield Forum) ครั้งที่ 3 ภายใต้ธีม “Digital Shield Learning Fest 2026” แนวคิด “LEARN SMART STAY SAFE : เรียนรู้ให้เท่าทัน ใช้ดิจิทัลให้ปลอดภัย” ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 17–18 ตุลาคม 2569 โดยมี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้บริหารกระทรวงดีอี ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู นักเรียน ภาคีเครือข่าย สื่อมวลชน และประชาชน เข้าร่วมงาน ณ โรงเรียนหนองฉางวิทยา จังหวัดอุทัยธานี เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 

          นายไชยชนก กล่าวว่า สืบเนื่องจากรัฐบาลอนุทิน 1 จนถึงวันนี้ ได้มีการยกระดับการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และอาชญากรรมไซเบอร์ในทุกรูปแบบอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้มูลค่าความเสียหายลดลงกว่า 50% ขณะเดียวกันสแกมเมอร์ก็มีการพัฒนาเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นไปอีก ดังนั้นการแชร์ประสบการณ์ความรู้ จากมาตรการปราบปรามและการป้องกันต่าง ๆ ให้ประชาชนได้รับทราบเพื่อสร้างความตระหนักรู้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

          สำหรับการจัดงานที่จังหวัดอุทัยธานี เนื่องจากในห้วงเวลาที่มีการคัดเลือกพื้นที่เพื่อการจัดงานนั้น กระทรวงดีอี ได้รับรายงานการเกิดเหตุการณ์ที่นักเรียน นักศึกษา ในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดใกล้เคียง ถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านการติดตามทางโซเชียลมีเดีย และมีการคุกคามความปลอดภัยของนักศึกษา ดังนั้นจึงเป็นเคสที่ควรจะต้องมีการป้องกัน เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ที่อาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้โดยไม่คาดคิด ซึ่งการเปิดเผยตัวตน ข้อมูลส่วนบุคคลบนโลกโซเชียลมีเดีย หรือสาธารณะ เพื่อหวังยอดไลก์ ยอดแชร์ หรือการเข้าถึง เพื่อแลกกับรายได้ ไม่ว่าจะเป็นเยาวชน นักศึกษา หรือประชาชนในทุกเพศ ทุกวัย โดยคาดไม่ถึงหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องเพิ่มความตระหนักรู้ ความระมัดระวัง เพื่อสามารถต่อต้านการหลอกลวงบนโลกออนไลน์ได้

          ทั้งนี้ในการป้องกันและปราบปรามภัยจากสแกมเมอร์ กระทรวงดีอี ได้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ศูนย์ AOC 1441 ตร. ปปง. ก.ล.ต. ธปท. สมาคมธนาคาร กสทช. ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ในการพัฒนาระบบเพื่อแชร์ข้อมูลระหว่างกัน เฝ้าระวัง ออกมาตรการ ปรับปรุงกฎหมาย และใช้กลไกต่างๆในการจัดการกับภัยสแกมเมอร์

          พร้อมกันนี้กระทรวงดีอี เตรียมเพิ่มช่องทางเพื่อให้ประชาชนแจ้งข้อมูลเบาะแสเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน ทั้งเรื่องของข่าวปลอม เว็บไซต์ผิดกฎหมาย หลอกลวงลงทุน พนันออนไลน์ หลอกทำงานข้ามชาติ ฯลฯ โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการประชาชนได้ภายในต้นเดือนพฤศจิกายน 2569 นี้ โดยข้อมูลที่กระทรวงได้รับจะถูกจัดทำเป็น Data Base เพื่อใช้ในการบูรณาการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.ก.มาตรา 13

          ด้านการบูรณาการข้อมูลร่วมกับกระทรวงอื่น ๆ กระทรวงดีอีได้ทำงานร่วมกับกระทรวงการคลัง เปลี่ยนจากการทำงานแบบแยกส่วนของแต่ละหน่วยงาน มาเป็นการแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมต้องสงสัย (Connect the Dots) เพื่อปราบปรามสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติตั้งแต่ต้นทาง

          นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย ในการใช้งานระบบ “แจ้งรัฐ” ของ DGA ในการแจ้งเรื่องภัยคุกคาม และปัญหาความเดือดร้อนต่าง ๆ ให้กับหน่วยงานภาครัฐ ระดับจังหวัด ระดับท้องถิ่น ในทุกพื้นที่ พร้อมกับระบบติดตามสถานะของเรื่องที่ประชาชนได้แจ้งไป จะทำให้สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น และถือเป็นการอำนวยความสะดวกประชาชนในการใช้บริการจากภาครัฐ

          “สิ่งที่สำคัญมากที่สุดในปัจจุบันนี้ คือการตรวจสอบเนื้อหา แหล่งที่มา ไม่ว่าจะเป็นรูป วิดีโอ คลิปเสียง พาดหัวข่าว หรืออื่น ๆ ที่ควรจะตรวจสอบจากหลาย ๆ แหล่งข้อมูล ตรวจสอบข้อเท็จจริง ยิ่งในยุคที่ AI ทำให้ความเสี่ยงจากภัยออนไลน์มีรูปแบบซับซ้อนมากขึ้น ทั้งการหลอกลวงทางการเงิน การปลอมแปลงตัวตน การขโมยข้อมูลส่วนบุคคล การพนันออนไลน์ ตลอดจนการสร้างภาพ เสียง และวิดีโอปลอม เพื่อหลอกลวงประชาชน ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่ทุกคนจำเป็นต้องเรียนรู้และเตรียมพร้อม ร่วมกับการทำงานอย่างเต็มที่ของหน่วยงานภาครัฐ ภายใต้รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำหนดความสำคัญของการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ อาชญากรรมข้ามชาติ เป็นวาระแห่งชาติ” รมว.ดีอี กล่าว

          ด้าน นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในนามของชาวจังหวัดอุทัยธานี รู้สึกยินดีและภาคภูมิใจ ที่กระทรวงดีอีให้ความสำคัญกับการนำองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยดิจิทัลมาสู่ประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของประเทศ เนื่องจากปัจจุบันภัยออนไลน์สามารถเข้าถึงประชาชนได้ทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นชุมชนเมืองหรือชนบท และส่งผลกระทบสร้างความเสียหายให้กับประชาชน ล่าสุดได้เกิดเหตุการณ์การคุกคามเยาวชน โดยใช้การติดตามข้อมูลส่วนบุคคลผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ทำให้คนร้ายทราบถึงวิถีชีวิตของผู้เสียหาย ดังนั้นจุดนี้ถือเป็นช่องว่างที่จะต้องสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชน เด็ก เยาวชน ผู้นำชุมชน ได้รู้เท่าทัน มีความรู้ด้านภัยออนไลน์ เพื่อจะได้นำความรู้เหล่านี้ไปถ่ายทอดต่อครอบครัว และประชาชนอื่น ๆ ต่อไป

          สำหรับที่ผ่านมา นอกจากการทำงานร่วมกับกระทรวงดีอี กระทรวงมหาดไทยได้บูรณาการร่วมกับกระทรวงยุติธรรม ดำเนินการเฝ้าระวังและป้องกันภัยออนไลน์จากมิจฉาชีพ ให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนและชุมชน ผ่านกลไกการทำงานระดับจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายภาคประชาชน โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการบูรณาการทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงดีอี และกระทรวงอื่น ๆ เพื่อผลักดันนำนโยบายที่เป็นประโยชน์ไปสู่พี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด