กงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ ยื่นสัญญาบัตรตราตั้งต่อยูเออี

กงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ เข้ายื่นสัญญาบัตรตราตั้งต่อกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สำนักงานดูไบ

          นายชาครีย์นรทิพย์ เสวิกุล กงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ ได้เข้าเยี่ยมคารวะนาย Rashid Abdulla Al Qaseer รองอธิบดี กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สำนักงานดูไบ เพื่อยื่นสัญญาบัตรตราตั้งเข้ารับหน้าที่เป็นกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ โดยมีเขตกงสุลครอบคลุมรัฐดูไบและรัฐทางตอนเหนือของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 

         ในโอกาสนี้ รองอธิบดีฯ ได้กล่าวแสดงความยินดีและต้อนรับกงสุลใหญ่ฯ พร้อมอวยพรให้ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวทางการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับยูเออี โดยเฉพาะความใกล้ชิดและพัฒนาการอย่างต่อเนื่องกับรัฐดูไบและรัฐทางตอนเหนือ ทั้งในมิติเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การศึกษา วัฒนธรรม การคุ้มครองดูแลคนชาติ ตลอดจนความร่วมมือในสาขาที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน

 

 

         กงสุลใหญ่ฯ ยืนยันความพร้อมที่จะสานต่อและผลักดันความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนของทั้งสองประเทศอย่างเต็มที่ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอันดีและความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

          “ผมรู้สึกเป็นเกียรติและมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจมอบหมายให้มาปฏิบัติหน้าที่กงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ และมีโอกาสรับใช้ ดูแล และประสานความร่วมมือกับพี่น้องชาวไทยที่พำนักและประกอบอาชีพในเมืองดูไบและรัฐทางตอนเหนือของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

          สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นประเทศที่มีความสำคัญต่อประเทศไทยในฐานะหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ อีกทั้งความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเฉพาะดูไบและรัฐทางตอนเหนือที่มีรากฐานยาวนานได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วและทวีความสำคัญมากขึ้นตามลำดับในทุกระดับ ทั้งระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน ทั้งในมิติด้านการเมือง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน สังคม วัฒนธรรม รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ อีกทั้งยังมีโอกาสและศักยภาพที่จะเติบโตและต่อยอดได้อีกมาก ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของภารกิจของสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ และความรับผิดชอบที่ผมได้รับด้วยความภาคภูมิใจ

 

 

         กงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ กล่าวต่อว่า “ในการเข้ารับหน้าที่ครั้งนี้ ผมมีความตั้งใจที่จะสานต่อผลงานอันทรงคุณค่าของท่านกงสุลใหญ่ท่านก่อน ๆ พร้อมทั้งขับเคลื่อนภารกิจของสถานกงสุลใหญ่ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น โดยผมให้ความสำคัญในสามมิติหลัก ได้แก่

          ประการแรก มิติด้านเศรษฐกิจ ผมมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งการสนับสนุนภารกิจของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และการร่วมมือกับหน่วยงานทีมประเทศไทยในพื้นที่ในการแสวงหาและสำรวจโอกาสในการขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนระหว่างรัฐดูไบและรัฐทางตอนเหนือกับประเทศไทยในสาขาที่มีศักยภาพ อาทิ พลังงาน โลจิสติกส์ การแพทย์และสาธารณสุข และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม อุตสาหกรรมเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร เป็นต้น เพื่อผลักดันการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยกับดูไบและรัฐทางตอนเหนือของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม

          ประการที่สอง มิติด้านการกงสุลและการดูแลคนไทย ผมให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการดูแลและคุ้มครองผลประโยชน์และสวัสดิภาพของพี่น้องชาวไทยทุกท่านในดูไบและรัฐทางตอนเหนือ พร้อมมุ่งพัฒนาการให้บริการด้านกงสุลให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย โปร่งใส และเข้าถึงได้โดยสะดวก เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ ขณะเดียวกัน ผมปรารถนาที่จะเสริมสร้างความเข้มแข็ง ความสามัคคี และความอบอุ่นของชุมชนไทยในดูไบและรัฐทางตอนเหนือ โดยเชื่อมั่นว่าพี่น้องชาวไทยทุกท่านล้วนเป็นกำลังสำคัญในการสร้างชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในต่างแดน สถานกงสุลใหญ่พร้อมรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกท่าน เพื่อนำมาปรับปรุงการดำเนินงานและยกระดับการบริการให้ดียิ่งขึ้นอยู่เสมอ

          ประการที่สาม มิติด้านวัฒนธรรมและความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ผมเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือด้านวัฒนธรรมเป็นรากฐานสำคัญของการเสริมสร้างความเข้าใจ ความไว้วางใจ และมิตรภาพอันยั่งยืนระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ ไม่ว่าจะผ่านการท่องเที่ยว การศึกษา ศิลปวัฒนธรรม หรือกิจกรรมแลกเปลี่ยนในรูปแบบต่าง ๆ ดังนั้น ผมจึงมีความตั้งใจที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่างประเทศไทยกับดูไบและรัฐทางตอนเหนือ เพื่อสืบสานสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองฝ่ายให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

          ขอขอบคุณพี่น้องชุมชนไทยทุกท่านที่ได้ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานของสถานกงสุลใหญ่ด้วยดีเสมอมา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนต่อไป และร่วมทำงานกับพี่น้องชาวไทยทุกท่าน เพื่อร่วมกันสร้างชุมชนไทยที่เข้มแข็ง อบอุ่น และเป็นพลังสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับดูไบและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อย่างยั่งยืนต่อไป” กงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ กล่าวปิดท้าย

         การยื่นสัญญาบัตรตราตั้งในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการเดินหน้าความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ และกระทรวงการต่างประเทศยูเออี สำนักงานดูไบ เพื่อขับเคลื่อนความสัมพันธ์ฉันมิตรและเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนของทั้งสองประเทศต่อไป