ดีอี ลุยอีสาน ปั้นเครือข่าย สกัด 'เฟกนิวส์-สแกมเมอร์'

ดีอี ลุยปั้นสร้างเครือข่ายต้าน 'เฟกนิวส์' ภาคอีสาน ยกระดับสร้างภูมิคุ้มกัน รู้เท่าทันภัย 'สแกมเมอร์'

 

 

          นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงาน การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างการรับรู้ให้รู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti Fake News Center: AFNC) จังหวัดอุบลราชธานี

 

 

 

 

          นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า ตามที่นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้มอบนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคม โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน สร้างเครือข่ายภาครัฐ-เอกชน ประชาชน เพื่อให้มีส่วนช่วยขยายผลสร้างการรับรู้ในการรับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ก่อนเผยแพร่หรือส่งต่อในสื่อออนไลน์ โดยในครั้งนี้เป็นการจัดอบรมเพื่อสร้างเครือข่ายต่อต้าน “เฟกนิวส์” ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

 

          ที่ผ่านมา ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เป็นช่องทางสำคัญที่ประชาชนสามารถติดตามข่าวสาร แจ้งเบาะแสและตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวลวงต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและน่าเชื่อถือ รวมทั้งยังเป็นเครือข่ายในการเผยแพร่ความรู้ และต่อต้านข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เพื่อสร้างภูมิต้านทานให้กับสังคมโดยรวม ซึ่ง AFNC ได้ทำความตกลงความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ สร้างเครือข่ายภาครัฐ-เอกชน ภาคประชาชน กว่า 400 หน่วยงาน 

 

 

          ในส่วนผลการดำเนินงานของ AFNC ในช่วงวันที่ 1 มกราคม – 31 พฤษภาคม 2569 ได้คัดกรองข้อความทั้งหมด 24.4 ล้านข้อความ โดยได้รับการตรวจสอบแล้วแบ่งเป็น

 

          1.ข่าวจริง จำนวน 1,027 เรื่อง

          
          2. ข่าวปลอม/บิดเบือน จำนวน 954 เรื่อง 

 

 

          ขณะที่ การเผยแพร่ข่าวปลอม หรือเฟกนิวส์ ยังเป็นช่องทางให้ “สแกมเมอร์” ใช้ในการก่ออาชญากรรมออนไลน์ ทำให้สูญเสียเงิน และข้อมูลส่วนบุคคล โดยข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ หรือศูนย์ AOC 1441 (ข้อมูลตั้งแต่ 1 พ.ย.66 - 31 พ.ค.69) พบว่าพื้นที่ภาคอีสานใน 20 จังหวัด มีสถิติการหลอกลวงจำนวน 126,591 เคส มีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 7.7 พันล้านบาท 

 

 

 

          สำหรับ จังหวัดอุบลราชธานี มีสถิติการหลอกลวงจำนวน 8,833 เคส มีมูลค่าความเสียหายกว่า 478 ล้านบาท อยู่ในอันดับ 4 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองลงมาจาก จ.นครราชสีมา จ.ขอนแก่น และ จ.อุดรธานี โดยมีประเภทการหลอกลวงที่พบมากที่สุดคือ

 

          1.คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ จำนวน 4,166 เคส (มูลค่าเสียหาย 40 ล้านบาท)


          2.คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ จำนวน 1,190 เคส (มูลค่าเสียหาย 117 ล้านบาท)


          3. คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล จำนวน 1,037 เคส (มูลค่าเสียหาย 79 ล้านบาท)

 

 

          ขณะเดียวกัน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่ติดต่อกับแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง คือ เรื่องการเผยแพร่ข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและความปลอดภัยแนวชายแดน โดยจากสถิติพบว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม - พฤษภาคม 2569 มีข้อความที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวเป็นจำนวนกว่า 3.9 ล้าน ข้อความ และได้รับการตรวจสอบแล้วแบ่งเป็น

 

          1. ข่าวปลอม/ข่าวบิดเบือน จำนวน 220 เรื่อง

          
          2. ข่าวจริง
จำนวน 224 เรื่อง 

 

 

 

          “กระทรวงดีอี ให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันต่อต้านการเผยแพร่ข่าวปลอม พร้อมทั้งร่วมสร้างความตระหนักรู้ ให้ประชาชนได้รู้เท่าทันภัยออนไลน์เพื่อมุ่งลดผลกระทบและความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชน” รมช.ดีอี กล่าว