ดีอี เคาะ 4 มาตรการเชิงรุก สกัด “Live สด อนาจาร -คอนเทนต์เถื่อน”

กระทรวงดีอีกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมาย ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย สกัด “Live สด อนาจาร -คอนเทนต์เถื่อน”

            นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการหารือการกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมาย ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย กรณี live สด อนาจาร โดยมี นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบช.สอท.) พล.ต.ต. ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 203 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

          นายไชยชนก กล่าวว่า กระทรวงดีอีให้ความสำคัญ และไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากกรณีที่มีการเผยแพร่เนื้อหาผิดกฎหมายนั้น มีประชาชนเข้าถึงเนื้อหาดังกล่าวมากกว่า 1 ล้านคนในระยะกว่า 8 ชั่วโมง และเป็นจำนวนหลายครั้งด้วยกัน โดยกระทรวงดีอีได้หารือร่วมกับ ETDA สอท. ปอท. และ META ดำเนินมาตรการดังนี้

          1. กระทรวงดีอี ETDA ได้รวบรวมหลักฐานการกระทำความผิดและส่งต่อ ให้กับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท) เพื่อดำเนินการตามกฎหมายในส่วนของผู้ที่มีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 ต่อไป

          2. การออกหลักเกณฑ์เพื่อป้องกันการเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นในอนาคต โดยเร่งรัดการปรับหลักเกณฑ์การดูแลแพลตฟอร์มใหม่ เพื่อให้แพลตฟอร์มมีส่วนรับผิดชอบต่อการกระทำที่ผิดกฎหมายด้วย ซึ่งเบื้องต้นมีการหารือดังนี้

                    - ให้แพลตฟอร์มดำเนินการปิดกั้นเนื้อหาที่ผิดกฎหมายในทันที หรือเร็วที่สุด จากเดิมที่ดำเนินการได้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่แพลตฟอร์มได้รับข้อร้องเรียน ซึ่งปัจจุบันการสร้างเนื้อหาในโซเชียลมีเดียมีความรวดเร็ว ดังนั้นต้องการปรับหลักเกณฑ์เพื่อให้สามารถติดตามได้ทันท่วงที ยิ่งมีเทคโนโลยี AI เข้ามาเกี่ยวข้อง ยิ่งต้องดำเนินการอย่างมีความรวดเร็ว มากยิ่งขึ้น

                    - หากตรวจพบมีการโพสต์เนื้อหาที่กระทำความผิด โดยซึ่งหน้า และแพลตฟอร์มเพิกเฉย หรือไม่เร่งรัดดำเนินการแก้ไข ให้ถือว่า แพลตฟอร์ม อาจเข้าข่ายมีความผิดร่วม และจะต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย ซึ่งจะต้องปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมใน ร่าง พ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ (บัญชีม้า) ให้เป็นการส่วนรวมรับผิดชอบในการทำผิดกฎหมาย ไม่ใช่เฉพาะแค่ “การสแกม”

          3. สำหรับเรื่องดังกล่าวในกรณีของ META เบื้องต้นทาง ETDA ได้ให้ทาง META ชี้แจงและส่งหลักฐานการดำเนินการมาเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง นอกจากนี้กระทรวงดีอีจะมีการร่วมหารือกับผู้บริหารระดับสูงของ META เพื่อกำหนดมาตรการเชิงรุกที่ชัดเจน

          4.ประเด็นเรื่องของการกดไลก์ หรือการคอนเมนต์ แสดงความคิดเห็นของประชาชนในช่วงที่มีการเผยแพร่เนื้อหาที่ผิดกฎหมาย ในครั้งนี้ยังถือว่าไม่มีความผิด เนื่องจากไม่ได้เป็นการทำให้เผยแพร่ แต่เมื่อมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ กระทรวงดีอีเตรียมพิจารณาว่าเป็นการมีส่วนร่วมทำให้เกิดการเผยแพร่ด้วย เนื่องจากทำให้ algorithm ของแพลตฟอร์มทำงานและผลักดันให้เป็นเนื้อหาที่ได้รับความนิยม เกิดการสร้างการรับรู้มากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงต้องขอเตือนประชาชนว่าการกดไลก์ หรือแสดงความคิดเห็นในเนื้อหานั้นๆ ถือเป็นการส่งเสริมให้มีการเผยแพร่ในทางอ้อม

          “กระทรวงดีอี จะติดตามการดำเนินการในแต่ละส่วนอย่างจริงจัง ทั้งในส่วนของการติดตามเร่งรัดการดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง การออกหลักเกณฑ์ใหม่เพื่อใช้ควบคุมดูแลแพลตฟอร์มในแนวทางที่ถูกต้อง รวมทั้งกรณีที่เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปราบเฟกนิวส์ เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งานดิจิทัลที่เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนต่อไป” นายไชยชนก กล่าว