AOC เปิด “5 กลโกงออนไลน์ยอดฮิต” ต้องระวัง!

รู้ทันก่อนตกเป็นเหยื่อ! AOC เปิด 5 กลโกงออนไลน์ยอดฮิต หลอกคนไทย สูญเงินกว่า 6,000 ล้านบาท

          ทุกวันนี้ “ภัยออนไลน์” กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่หลายคนคิด เพราะเพียงแค่กดลิงก์ผิด โอนเงินเร็ว หรือหลงเชื่อโฆษณาชวนเชื่อ ก็อาจทำให้สูญเงินในพริบตา ล่าสุดศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) เปิดเผยสถิติที่น่าสนใจในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 มีคดีออนไลน์เกิดขึ้นจำนวนมาก มีประชาชนถูกหลอกแล้วกว่า 106,381 คดี สูญเงินกว่า 6,000 ล้านบาท พร้อมเผย “5 กลโกงออนไลน์ยอดฮิต” ที่ประชาชนต้องระวัง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อรายต่อไป

 

 

 

5 กลโกงออนไลน์ยอดฮิตที่ต้องระวัง

          1. หลอกขายสินค้าและบริการ 72,532 คดี (67.68%)

          ยังคงเป็นภัยออนไลน์อันดับ 1 อย่างต่อเนื่อง คิดเป็นเกือบ 70% ของคดีออนไลน์ทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่ามิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง และอาศัยพฤติกรรมการใช้งานโซเชียลมีเดียของประชาชนเป็นช่องทางก่อเหตุ

          โดยมิจฉาชีพมักสร้างเพจปลอม ร้านค้าออนไลน์ปลอม หรือบัญชี IG ปลอม หลอกขายสินค้าในราคาถูกกว่าปกติ เพื่อจูงใจให้รีบโอนเงิน บางกรณียังแอบอ้างเป็นบริษัทขนส่ง แจ้งให้ชำระ “ค่าธรรมเนียม” หรือ “ค่าพัสดุตกค้าง” ผ่านลิงก์ปลอม เพื่อขโมยข้อมูลและดูดเงินจากบัญชี

          จุดสังเกตสำคัญ
                    • ราคาถูกผิดปกติ
                    • เร่งให้โอนเงินทันที
                    • ไม่มีหน้าร้านหรือข้อมูลตรวจสอบได้

          2. หลอกจ้างงาน/หารายได้พิเศษ 16,910 คดี (15.89%)

          มิจฉาชีพจะประกาศรับสมัครงานออนไลน์ อ้างว่า “ทำงานที่บ้าน รายได้ดี” เช่น งานกดไลก์สินค้า รีวิวสินค้า หรือแพ็กของ ช่วงแรกอาจมีการโอนเงินจริงเพื่อสร้างความเชื่อใจ ก่อนหลอกให้ลงทุนเพิ่ม หรืออ้างว่าต้องเติมเงินเพื่อปลดล็อกรายได้ สุดท้ายไม่สามารถถอนเงินคืนได้

          จุดสังเกตสำคัญ
                    • รายได้สูงเกินจริง
                    • ขอให้เติมเงินก่อนทำงาน
                    • อ้างผลตอบแทนเร็วภายในไม่กี่วัน

          3. หลอกโอนเงินรับรางวัล 6,673 คดี (6.27%)

          มักมาในรูปแบบ SMS หรือข้อความแจ้งว่า “คุณได้รับรางวัล” พร้อมแนบลิงก์ให้กดรับสิทธิ เมื่อกดลิงก์ อาจถูกหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัว ดาวน์โหลดแอปฯ อันตราย หรือดูดเงินจากบัญชีธนาคาร

          จุดสังเกตสำคัญ
                    • ส่งลิงก์แปลกปลอม
                    • แจ้งว่าได้รับรางวัลทั้งที่ไม่เคยร่วมกิจกรรม
                    • เร่งให้กดยืนยันสิทธิทันที

          4. ข่มขู่แล้วหลอกให้โอนเงิน 6,324 คดี (5.94%)

          รูปแบบการโกงที่พบบ่อยคือ “แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงาน” มักอ้างว่าเป็นตำรวจ, เจ้าหน้าที่ DSI, ปปง., หรือพนักงานค่ายมือถือ บางราย “สร้างเรื่องราวให้ตกใจ” แจ้งว่าท่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีร้ายแรง เช่น การฟอกเงิน, ค้ายาเสพติด หรือมีพัสดุผิดกฎหมายถูกตีกลับ

          จุดสังเกตสำคัญ
                    • อ้างให้โอนเงินเพื่อ “ตรวจสอบเส้นทางการเงิน” หรือ “แสดงความบริสุทธิ์ใจ”
                    • กำชับว่าเป็น “คดีลับ” และห้ามวางสายหรือห้ามติดต่อบุคคลอื่น
                    • หากมีการวีดีโอคอลร่วมด้วย ให้สังเกตความผิดปกติของภาพ การพูด อากัปกิริยา ว่าเป็นคนจริง หรือ AI

          5. หลอกให้กู้เงิน 3,942 คดี (3.71%)

          มิจฉาชีพจะโฆษณา “อนุมัติไว ไม่เช็กเครดิต” ผ่านโซเชียลมีเดียหรือแอปฯ เงินกู้เถื่อน เมื่อติดต่อไปจะถูกเรียกเก็บ “ค่าดำเนินการ” หรือ “ค่าประกัน” ก่อน แต่สุดท้ายไม่ได้รับเงินจริง

          จุดสังเกตสำคัญ
                    • ให้โอนค่าธรรมเนียมก่อนอนุมัติ
                    • ไม่มีที่ตั้งบริษัทชัดเจน
                    • ใช้บัญชีบุคคลธรรมดารับเงิน

 

 

แนวทางป้องกันตนเอง “ยึดหลัก 4 ไม่”

          1. ไม่กดลิงก์แปลกปลอม หลีกเลี่ยงการกดลิงก์จาก SMS หรือข้อความที่ไม่น่าเชื่อถือ

          2. ไม่เชื่อคำโฆษณาเกินจริง โดยเฉพาะโปรโมชันที่ดูดีเกินจริง หรือผลตอบแทนสูงผิดปกติ

          3. ไม่รีบโอนเงิน ควรตรวจสอบข้อมูลทุกครั้งก่อนตัดสินใจ

          4. ไม่โอนเงินเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา หากเป็นการลงทุนหรือซื้อขายกับบริษัท และควรตรวจสอบบัญชีปลายทางให้ชัดเจน

          หากประชาชนได้รับผลกระทบจากภัยออนไลน์ สามารถแจ้งเหตุและขอระงับบัญชีได้ที่ สายด่วน AOC 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยลดความเสียหายและเพิ่มโอกาสในการติดตามเงินคืนได้อย่างทันท่วงที