ฟองน้ำมหัศจรรย์ สนามเด็กเล่นดนตรี : อานันท์ นาคคง
80 ปี "บรูซ แกสตัน" The Octave Zero ในห้องนิทรรศการที่เต็มไปด้วยความทรงจำ มือน้อยๆ ของเด็กๆ ปลุกฟองน้ำมหัศจรรย์ให้ชุ่มฉ่ำ เบิกบานด้วยเสียงดนตรีบทใหม่
ท่ามกลางบรรยากาศความอิ่มเอมในห้องนิทรรศการ The Octave Zero ณ สตูดิโอหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ที่ซึ่งประวัติศาสตร์ดนตรีและจิตวิญญาณของ ครูบรูซ แกสตัน ถูกบรรจงจัดวางไว้อย่างประณีตผ่านเศษเสี้ยวของภาพถ่ายเก๋ๆ ภาพหายาก สมุดบันทึก ไดอารี่ โน้ตเพลงต้นฉบับลายมืออันยุ่งเหยิง หนังสือ สูจิบัตร โปสเตอร์ และเครื่องดนตรีชิ้นเอกที่ผ่านกาลเวลา ลุงแก่ๆ คนหนึ่งนั่งเฝ้ามองภาพการหลั่งไหลของผู้คนจากทั่วสารพัดทิศ ทั้งศิลปินอาวุโส นักวิชาการ และสื่อมวลชนที่มาเพื่อชื่นชมความยิ่งใหญ่ของหัวใจผู้สร้างปรากฏการณ์นี้ขึ้นมา


ทว่าในความน่าตื่นเต้นเหล่านั้น สิ่งที่ดึงดูดสายตาและหัวใจของลุงเฝ้าห้องกลับไม่ใช่ความสำเร็จในเชิงสถิติ แต่คือการปรากฏตัวของมนุษย์ตัวเล็กๆ หรือที่เราเรียกว่า "เด็ก" ที่ก้าวพ้นข้ามกำแพงตัวอักษรยาวเหยียดและตู้กระจกที่กั้นกลางระหว่างอดีตกับปัจจุบัน เด็กน้อยเหล่านั้นไม่ได้หยุดอ่านป้ายนิทรรศการที่ผู้ใหญ่พยายามเรียบเรียง ไม่ได้สนใจดูรูปภาพประวัติศาสตร์ หรือเข้าไปส่องตู้ พินิจเทปคาสเซ็ทเก่าๆ ซีดีเก่าๆ วัตถุมงคลที่เป็นของรักของหวงของครูบรูซ แต่พวกเขากลับพุ่งตรงเข้าไปหามุมที่จัดวางเครื่องดนตรีรูปร่างประหลาดตาด้วยดวงตาที่เป็นประกายระยิบระยับ



ภาพที่เกิดขึ้นต่อมาในสายตาลุงแก่ๆ คือความมหัศจรรย์ที่ไร้ขอบเขต เมื่อเด็กน้อยบางคนค่อยๆ ก้าวเท้าเล็กๆ แทรกตัวเข้าไปนั่งในวงฆ้อง วงกลมสีน้ำตาลเข้มที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของนักดนตรีผู้ยิ่งใหญ่ พวกเขาไม่ได้มองมันด้วยความยำเกรงจนไม่กล้าแตะต้อง แต่กลับมองด้วยความอยากรู้อยากเห็นอันบริสุทธิ์ มือเล็กๆ เริ่มลูบคลำปุ่มโลหะอย่างเบามือ แอบชำเลืองมองลุงแก่ๆ ว่าจะห้ามปราม หรือโดนดุด่าไหม เมื่อเห็นลุงเพียงแต่นั่งยิ้มละไม ไม่พูดอะไร ความกล้าก็เริ่มผลิบาน จากเสียงเคาะที่แผ่วเบาและกระมิดกระเมี้ยนในตอนแรก ค่อยๆ เติบโตเป็นตัวโน้ตที่กังวานชัดเจน เด็กชายคนหนึ่งกุมไม้ฆ้องมั่นแล้วตีลงไปซ้ำๆ ย้ำๆ ราวกับกำลังตกอยู่ในภวังค์ เสียงฆ้องโลหะสะเทือนส่งประกายไปทั้งห้อง ขณะที่เด็กอีกคนเอื้อมมือไปเปิดฝาเปียโนยามาฮ่า แล้วจิ้มนิ้วลงไป บังเกิดจังหวะและเสียงประสานที่แปลกประหลาด ล้ำลึก และไม่อยู่ในตำราเล่มไหนที่นักแต่งเพลงผู้ยิ่งใหญ่คนใดเคยจารึกไว้
หากเราลองจินตนาการถึงชีวิตของบรูซผ่านสายตาของเด็กๆ เขาคงไม่ได้เป็นเพียงรูปถ่ายบนผนัง แต่เขาคือ "ฟองน้ำมหัศจรรย์" ตัวฟูฟ่องสีรุ้งที่ลอยคอข้ามมหาสมุทรอันกว้างใหญ่จากตะวันตกสู่ตะวันออก


บรูซในคราบฟองน้ำนักเดินทางไม่ได้มาประเทศไทยเพื่อสั่งสอนหรือประกาศศักดาของนักดนตรีอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่ แต่เขาเดินทางมาเพื่อดูดซับ ทุกสรรพเสียงที่ไหลผ่านผิวสัมผัสของเขา ทั้งเสียงเปียโนที่นุ่มละมุนจากบ้านเกิด เสียงลมพัดผ่านกอไผ่ เสียงหยดน้ำในถ้ำ เสียงระนาด เสียงขลุ่ย เสียงเปี๊ยะ และเสียงแคนที่กังวานก้องท้องทุ่งไทย เขาเก็บสะสมเสียงเหล่านั้นไว้ในตัวเหมือนฟองน้ำที่พองโต
บรูซเติบโตขึ้นจนกลายเป็นตำนาน จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อฟองน้ำเริ่มแห้งเหี่ยวตามกาลเวลา พลังชีวิตของเขาก็เริ่มมอดดับลง เขาถูกเชิญให้ไปอยู่ในห้องนิทรรศการที่สวยงาม มีป้ายชื่อเขียนประวัติยาวเหยียด เขากลายเป็นดนตรีที่ถูกแช่แข็งในรูปแบบของประวัติศาสตร์ที่จับต้องไม่ได้ ไม่มีใคร "เล่น" กับเขาเลย ผู้ใหญ่ที่มางานเดินผ่านไปพร้อมกับกระซิบกระซาบด้วยถ้อยคำยากๆ บรูซเริ่มรู้สึกว่าตัวเขาเริ่มแข็งและแห้งกรอบเพราะขาดเสียงใหม่ๆ มาเติมเต็ม



เด็กๆ กลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา พวกเขาไม่สนใจป้ายประวัติ แต่พวกเขาสัมผัสได้ถึง "ความเหงา" ของฟองน้ำบรูซ เด็กคนหนึ่งตัดสินใจยื่นมือมาแตะ และตีฆ้องวงนั้นแรงๆ กิ๊ง ก่อง ตุ่ม ตึ้ง ปุ๊ง เด็กๆ พากันสร้างบทเพลงที่ "ผิดกฎดนตรีทุกข้อ แต่เพราะที่สุดในโลก"
ทันทีที่มือน้อยของเด็กๆ สัมผัสลงบนตัวเขา บรูซก็รู้สึกเหมือนได้รับน้ำหยาดแรกที่ชุ่มฉ่ำ ฟองน้ำมหัศจรรย์กลับมามีชีวิตอีกครั้งผ่านปลายนิ้วที่ไม่มีความกลัว และการเล่นที่ไม่มีผิดไม่มีถูก นี่คือวินาทีที่โลกของบรูซ แกสตัน ได้ฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาใหม่อีกครั้งผ่านจิตวิญญาณที่ไร้เดียงสาที่สุด


เสียงที่งดงามในห้องนิทรรศการแต่ละวัน โดยเฉพาะวันเกิดบรูซ แกสตัน ที่มีเด็กน้อยจำนวนหนึ่ง ใจกล้าเข้าไปล่นดนตรีด้นสดกับพวกผู้ใหญ่ด้วย ได้เผยให้เห็นสิ่งที่ขาดหายไปอย่างสิ้นเชิง นั่นคือการเปิดประตูบานใหญ่ให้เด็กๆ ได้ก้าวเข้าสู่โลกของบรูซในฐานะผู้ร่วมสร้างสรรค์ ไม่ใช่เพียง "ผู้เข้าชม"
ลุงแก่ๆ คนหนึ่งพึมพำกับตัวเอง ได้เวลาที่จะเขียนหนังสือนิทานสำหรับเด็กแล้วกระมัง
การเขียนหนังสือสำหรับเด็กที่เล่าเรื่องการเดินทางของฟองน้ำบรูซอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสื่อสารผ่านจินตนาการ แต่มันอาจยังไม่เพียงพอต่อเสียงสะท้อนที่แท้จริง เราจำเป็นต้องมี "สนามเด็กเล่นแห่งเสียง" ที่อนุญาตให้เด็กๆ ได้เป็นฟองน้ำเสียเอง ให้เขาได้สัมผัส ได้ซึมซับ ได้คั้น และได้ปลดปล่อยท่วงทำนองพิเศษที่ซ่อนอยู่ในใจออกมาอย่างอิสระ เพราะความยิ่งใหญ่ของบรูซ แกสตัน ไม่ได้อยู่ที่โน้ตเพลงที่สมบูรณ์แบบ แต่อยู่ที่ความกล้าที่จะผสมผสานและโอบรับเสียงใหม่ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง


เสียงฆ้องที่เด็กน้อยตีเล่นในงานนิทรรศการ เสียงเปียโนแปลกประหลาดที่เด็กเอานิ้วจิ้มเล่น ในวันที่ไม่มีศิลปินรุ่นใหญ่มาปราฏตัว จึงไม่ใช่แค่เสียงดนตรีไร้สาระ ไม่ใช่ของเล่นเด็กซน แต่มันคือเสียงเพรียกแห่งอนาคตที่บอกเราว่า อิสระเสรีภาพของดนตรีที่ครูบรูซ แกสตัน ใฝ่หาจะไม่มีวันตาย ตราบเท่าที่คนรุ่นใหม่ยังกล้าจะยื่นมือออกไปสัมผัส และปล่อยให้ความเป็นฟองน้ำในตัวเขาได้เดินทางไปกับลำน้ำมหัศจรรย์ของโลกใบนี้ต่อไปอย่างสนุกสนานและไม่มีสิ้นสุด


The Octave Zero : ท่วงทำนองแห่งฟองน้ำ
//............................
หมายเหตุ : ฟองน้ำมหัศจรรย์ สนามเด็กเล่นดนตรี : คอลัมน์ “เสียงโลก เสียงเรา” โดย อานันท์ นาคคง : บางกอกไลฟ์นิวส์
//...........................
