รุนแรงมาก !! เตือนเฝ้าระวัง “พายุคัลแมกี” ขั้นสูงสุด
รุนแรงมาก !! เตือนเฝ้าระวัง “พายุคัลแมกี” ขั้นสูงสุด
“เสรี ศุภราทิตย์” เตือนภัย “พายุคัลแมกี” รุนแรงมาก จี้เฝ้าระวังขั้นสูงสุด 7 – 10 พ.ย. ชี้ หลายพื้นที่เสี่ยงสูง น้ำท่วม น้ำล้นตลิ่ง น้ำไหลหลาก น้ำท่วมรอการระบาย
รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้เชี่ยวชาญคณะกรรมการระหว่างรัฐบาล ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) และประธานกรรมการบริหาร Futuretales LAB, MQDC ได้เผยแพร่ข้อความและรูปภาพ เตือนภัยให้เฝ้าระวัง “พายุคัลแมกี” ขั้นสูงสุด รุนแรงมาก 7 - 10 พฤศจิกายน โดยมีเนื้อหา ดังนี้
“#อย่าใช้ความเชื่อเหนือวิทยาศาสตร์อย่าประมาทกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง
#เฝ้าระวังขั้นสูงสุดพายุคัลแมกีรุนแรงมาก 7 - 10 พฤศจิกายน
ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยได้ติดตาม และประเมินอิทธิพลของ พายุคัลแมกี พบว่า มีความรุนแรงมากโดยคาดว่า จะพัฒนาเป็นพายุไต้ฝ่นรุนแรงในวันที่ 6 พฤศจิกายน และขึ้นฝั่งเวียดนามตอนกลางที่เมืองกวีเญิญ (จ. บิ่ญดิ่ญ) ตั้งแต่คืนวันที่ 6 พฤศจิกายน และจะอ่อนกำลังลงตามลำดับ
ตอนนี้ผมอยู่ที่ อุตรดิตถ์ สภาพอากาศร้อนผิดปกติ แทนที่จะเริ่มหนาวเย็น ส่งนัยยะจะไม่มีความกดอากาศสูงมาสลายพายุลูกนี้
พื้นที่หลายจังหวัดในประเทศไทยบริเวณเฉดสีเหลือง และส้มในกรอบสีแดง (แนวทิศตะวนตกเฉียงเหนือ - ตะวันออกเฉียงใต้) จะได้รับผลกระทบรุนแรงจากฝนตกหนัก (ฝนสะสม 2 วันมากกว่า 300 mm) ทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดน้ำท่วม น้ำล้นตลิ่ง น้ำไหลหลาก น้ำท่วมรอการระบาย จึงต้องติดตาม และเฝ้าระวังขั้นสูงสุด โดยตั้งแต่เช้าวันที่ 7 พฤศจิกายนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง และตอนล่าง (โดยเฉพาะ จ.อุบลฯ ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ อำนาจเจริญ ยโสธร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร) และเข้าสู่ภาคเหนือตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน (จ.น่าน แพร่ อุตรดิตถ์) และภาคกลางหลายจังหวัดจนถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน
จึงขอให้จังหวัดในพื้นที่เสี่ยงตั้ง War room เฝ้าระวัง ติดตาม ประสานงานกับศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติอย่างใกล้ชิด เพื่อแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนอย่างทันเหตุการณ์
พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จ.อุบลฯ) และภาคกลาง (จ. พระนครศรีอยุธยา) ที่เป็นปลายน้ำ อาจจะมีน้ำท่วมหลายระลอก เนื่องจากจะมีปริมาณฝนตกตามทิศทางการเคลื่อนตัวของพายุจากปลายน้ำไปยังต้นน้ำ (เช่นลุ่มน้ำมูล และลุ่มน้ำชี รวมทั้งลุ่มเจ้าพระยา) ปริมาณน้ำหลากจึงจะไหลกลับลงมาอีกครั้งน่ะครับ
นอกจากนี้ เขื่อนในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลายเขื่อน มีปริมาณน้ำวิกฤติอยู่แล้ว ผู้บริหารเขื่อนต้องบริหารความเสี่ยงสูงสุดน่ะครับ”
//................
//................