ก.ล.ต. ผนึก สสว. จัดโครงการ “Online Marketplace” ครบรอบ 30 ปี ก.ล.ต.

ก.ล.ต. ร่วมกับ สสว. เชิญชวนผู้ประกอบการร่วมจำหน่ายสินค้าออนไลน์ผ่านไมโครไซต์บนแพลตฟอร์ม shopee ภายใต้โครงการ “Online Marketplace” ในโอกาสครบรอบ 30 ปี ก.ล.ต. รับสมัครถึง 6 พ.ค. 65 ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย

           นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงแก้ไขเพิ่มเติม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โดยขยายขอบเขตความร่วมมือในการสนับสนุนและส่งเสริมให้ SME เพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการปรับตัวให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี สภาพเศรษฐกิจและสังคมในยุคความปกติใหม่ (new normal) เพื่อให้ SME เข้าถึงโอกาสในการพัฒนาธุรกิจ เช่น การทำธุรกิจผ่านช่องทางการตลาดดิจิทัลที่ทันสมัยและการเข้าถึงช่องทางการจำหน่ายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ รวมทั้งเพื่อสนับสนุนให้ SME สามารถต่อยอดในการเตรียมความพร้อมในการเข้าถึงการระดมทุนในตลาดทุนยุคดิจิทัล  และในวาระโอกาสครบรอบ 30 ปี ก.ล.ต. ในปี 2565 ก.ล.ต. ยังได้ร่วมมือกับ สสว. จัดทำโครงการ “Online Marketplace” สนับสนุนและส่งเสริม SME SE และผู้ประกอบการในกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้ประกอบการสตรี และผู้ประกอบการกลุ่มผู้ต้องขังใกล้พ้นโทษ มีโอกาสจำหน่ายสินค้าและขยายธุรกิจผ่าน “Shopee” แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่กิจการขนาดย่อมสามารถเข้าถึงได้สะดวก ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่ส่งเสริมให้ ก.ล.ต. และตลาดทุน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และการพัฒนาความยั่งยืนของประเทศไทยร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ดำเนินการขับเคลื่อนการสร้างโอกาส เสริมรากฐานให้กับธุรกิจเติบโต ปูทางสู่การมีโอกาสเข้าระดมทุนในตลาดทุน

 

 

           “การลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกันระหว่าง สสว. และ ก.ล.ต. ในครั้งนี้ จะทำให้สามารถขยายขอบเขตความร่วมมือระหว่างกันได้มากขึ้น โดยจะเริ่มจากความร่วมมือในโครงการ “Online Marketplace” ซึ่งเป็นโครงการที่เกิดขึ้นเนื่องในโอกาสที่ ก.ล.ต. ครบรอบ 30 ปี และเป็นหนึ่งในโครงการที่ ก.ล.ต. ร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการขายให้แก่ผู้ประกอบการร้านค้าผ่านไมโครไซต์ บนแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าออนไลน์ “Shopee” ซึ่งเป็นที่รู้จักแพร่หลายทั้งในกลุ่มผู้ประกอบการและผู้บริโภค โดยคาดว่าจะมีผู้ประกอบการให้ความสนใจเข้าร่วม จำนวนกว่า 300 ร้านค้า ซึ่งเป็นสมาชิก SME ของ สสว. สมาชิก SE ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม สมาคมธุรกิจเพื่อสังคม (SE Thailand) ผู้ประกอบการกลุ่มเปราะบาง รวมถึงร้านค้าและเครือข่ายผู้ประกอบการของหน่วยงานภาครัฐและสมาคมที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงแรงงาน กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กรมราชทัณฑ์ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กรมคุมประพฤติ สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ มูลนิธิคีนันแห่งเอเชีย โดยจะจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายสำหรับผู้บริโภค เช่น คูปองส่วนลดเพื่อใช้กับร้านค้าในโครงการตลอดระยะเวลาประมาณ 30 วัน ซึ่งเป็นการกระตุ้นยอดขายและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการให้ผู้บริโภคได้รับทราบและรู้จักกว้างขวางยิ่งขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีรายได้เพิ่มขึ้น” เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าว

 

 

           ด้าน นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการ สสว. กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการแข่งขันอย่างสูง พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนเข้าสู่เทคโนโลยีดิจิทัลบวกกับการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์ และเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจ ซึ่งพบว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนใหญ่เกิดจากผู้ประกอบการเหล่านั้นมีการปรับระบบและวิธีการทำงาน และหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพก็คือการแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ เช่น การใช้แพลตฟอร์ม หรืออาจจะมีพันธมิตรการค้าใหม่

 

 

           “นโยบายของ สสว. ในปีนี้ จึงมุ่งเน้นการเพิ่มผลิตภาพและลดต้นทุน การเพิ่มช่องทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในรูปแบบ Online และ Offline และการเชื่อมโยงแหล่งเงินทุน ทั้งผ่านกองทุน สสว. และเครือข่ายพันธมิตร ซึ่งความร่วมมือกับ ก.ล.ต. ในการให้สิทธิประโยชน์กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีครั้งนี้ ถือเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดออนไลน์ทั้งในประเทศและต่างประเทศให้กับผู้ประกอบการเพื่อเข้าสู่ธุรกิจยุคดิจิทัล นำไปสู่การเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการ ดำเนินกิจการให้มั่งคงและยั่งยืนต่อไป” ผอ.สสว. กล่าว 

           ทั้งนี้ผู้ประกอบการที่สนใจ สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และติดตามการประกาศรับสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. www.sec.or.th  และเฟซบุ๊กเพจ สำนักงาน กลต. เว็บไซต์ สสว. www.sme.go.th แอปพลิเคชัน SME Connext และเฟซบุ๊ก เพจ สสว. รับสมัครถึง 6 พฤษภาคม 2565 (คลิกเพื่อสมัครร่วมโครงการ) หรือสแกน QR Code